posttoday
แก้กฎหมาย ล้วงข้อมูล ผู้เสียภาษี

แก้กฎหมาย ล้วงข้อมูล ผู้เสียภาษี

15 มีนาคม 2559

สรรพากรขอแก้กฎหมายล้วงข้อมูลเสียภาษีบุคคลที่ 3 วางระบบกันเลี่ยงภาษี คาดเก็บภาษีเพิ่มได้อีกไม่ต่ำกว่าแสนล้าน

สรรพากรขอแก้กฎหมายล้วงข้อมูลเสียภาษีบุคคลที่ 3 วางระบบกันเลี่ยงภาษี คาดเก็บภาษีเพิ่มได้อีกไม่ต่ำกว่าแสนล้าน

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมจะเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากรว่าด้วยการ เรียกดูข้อมูลบุคคลที่ 3 ภายในเดือน มิ.ย. 2559 นี้ ซึ่งทำให้กรมเชื่อมโยงข้อมูลผู้เสียภาษีผ่านบัญชีธนาคารได้ทันทีสามารถสุ่มตรวจรายได้ ตรวจสอบการทำธุรกรรมและเรียกข้อมูลเสียภาษีของผู้เสียภาษีได้ทุกราย

ทั้งนี้ เชื่อมข้อมูลกับระบบของธนาคารพาณิชย์จะทำให้การจัดเก็บภาษีรั่วไหลลดลงจะเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มประกอบการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) ที่มีการโอนเงินรายได้ ผ่านบัญชีธนาคาร ทั้งในส่วนที่เป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลกรม ก็จะตรวจสอบภาษีได้ครอบคลุมมากขึ้น คาดว่าในปี 2560 รายได้กรมจะเพิ่มขึ้นอีก 30% ของรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภายในประเทศที่เก็บได้ 3.5 แสนล้านบาท/ปี หรือเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท

นายประสงค์ คาดว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายจะผ่านการพิจารณาของ ครม. และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เร็วและจะมีผลได้ตั้งแต่ปี 2560

นอกจากนี้ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายสำหรับการเปิดยื่นให้จดแจ้งเป็นผู้ประกอบการบัญชี ชุดเดียวซึ่งล่าสุดมีผู้มายื่นจดแล้ว 4.7 แสนราย เมื่อตัดรายที่ยื่นจดซ้าออกจะเหลือ 4.3 แสนราย โดยมั่นใจว่าจะมีผู้มายื่นจดแจ้งในวันสุดท้ายอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งภาพรวมการยื่นขอจดแจ้งสูงกว่าที่คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 3.5 แสนราย เนื่องจากผู้เสียภาษีเห็นว่าการยื่นขอจดบัญชีเดียวจะส่งผลดีมากกว่าผลเสียอีกทั้งเมื่อมีการเข้าสู่ระบบการชาระด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (National e-Payment) ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมจะทำให้กรมตรวจสอบรายได้ที่ผิดปกติได้ทันที

ทั้งนี้ มาตรการผู้ประกอบการบัญชีชุดเดียวจะทำให้กรมเสียรายได้ทางตรงจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่จดทะเบียนถูกต้องในระบบ 3 หมื่นราย ในปี 2559 ที่ 2 หมื่นล้านบาท แต่ก็จะได้ภาษีทางอ้อมกลับคืนมาในระยะยาว โดยหลังจากนี้กรมก็จะเดินสายให้ความรู้ในการทำบัญชีรายจ่ายให้กับผู้ประกอบการ สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่นั้นกรมคาดว่าจะเสนอให้คลังเห็นชอบได้ภายในเดือน มี.ค.นี้

นายประสงค์ กล่าวอีกว่า กรมอยู่ระหว่างหามาตรการภาษีกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (โอท็อป) ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยขั้นแรกจะต้องนำกลุ่มวิสาหกิจมาจดทะเบียน อยู่ในฐานภาษี ทั้งหมดจากปัจจุบันมี ผู้ประกอบการโอท็อปรายใหญ่แค่ 20% ที่อยู่ในฐานภาษีเท่านั้นก็จะทบทวนให้วิสาหกิจที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท มาอยู่ในฐานภาษีได้ โดยในระยะยาวอาจมีมาตรการภาษีที่จูงใจนักท่องเที่ยวซื้อของโอท็อปมากขึ้น เช่น การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่สนามบินและการเพิ่มค่าหักลดหย่อนจากรายจ่ายซื้อสินค้า

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว