
ไฟแนนซ์ทูเดย์
โดย...ช.ชดา
โดย...ช.ชดา
...เพราะติดภารกิจสำคัญ ทำให้ไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ยูเนสโก ประกาศให้ ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นบุคคลดีเด่นทางด้านการศึกษาในปีนี้ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดงานใหญ่ฉลองให้อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติที่ถือว่าได้รับการยอมรับ นับถือ และเชิดชูเกียรติมากที่สุด
ถึงจะไม่ได้ไป แต่ ช.ชดา ก็ได้ฟังปัจฉิมกถาของ ดร.ก็ “วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่า ธปท. แบบคำต่อคำ ดร.ก็ออกตัวในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ที่มีโอกาสเข้ามาบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ ที่ว่าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เราได้ยินเสียงบ่นบ่อยครั้งว่าหน่วยงานของรัฐไม่สามารถต้านทานอำนาจทางการเมืองที่มุ่งทำนโยบายประชานิยมที่ไม่ถูกไม่ควร หรือมุ่งทำแต่นโยบายแก้ปัญหาระยะสั้น ซึ่งเป็นปลายเหตุไม่ได้แก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่สามารถช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศได้ในระยะยาว อันนี้ผู้ว่ากล่าวถึงความน่าเชื่อถือของหน่วยงานดูแลเศรษฐกิจ
...ที่สะดุดหูกึก เห็นจะเป็นเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ในอนาคต ที่ผู้ว่า ธปท. ระบุว่า หากเศรษฐกิจไทยยังคงเดินต่อไปในลักษณะนี้ ไม่แก้ที่ต้นเหตุ คนไทยจะไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนเราจะไม่สามารถออกจากกับดักรายได้ปานกลาง หรือ Middle Income Trap คือประชาชนมีหนี้สูง แต่มีรายได้เพิ่มไม่ทันหนี้
เรื่องนี้ถ้าไม่ตั้งหน้าตั้งตาปรับโครงสร้าง และติดอาวุธทางปัญญาให้คนไทยมีความรู้เรื่องการเงินมากขึ้น แก้ไขได้ยากจริงๆ
...กิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย บอกตรงๆ เลยว่า สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ในช่วงนี้ลดลง แม้กระทั่งสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน แม้จะส่งออกได้เท่าเดิม แต่ราคาสินค้าตกต่ำ ทำให้รายได้ลดลง ความต้องการสินเชื่อก็หดตามๆ กันไป ส่วนสินเชื่อเพื่อการลงทุนใหม่ หรือขยายกำลังการผลิต ซึ่งเป็นสินเชื่อระยะยาว มีการขยายตัวน้อยจนแทบไม่มี
สถานการณ์สินเชื่อหงอยเหงานี้ช่างเหมือนช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เสียจริงๆ แต่ฐานะประเทศไทยดีกว่าเดิมมาก เงินทุนสำรองเพียบเลยทำให้ภูมิต้านทานความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังดีอยู่







