posttoday
เจน 2 ’กระทิงแดง’ เติบโตบนความท้าทาย

เจน 2 ’กระทิงแดง’ เติบโตบนความท้าทาย

11 มีนาคม 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ความท้าทายของ “สราวุฒิ อยู่วิทยา” เจนเนอเรชั่นที่ 2 ทายาทกระทิงแดง คือ การปลุกปั้นธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร ในสภาพตลาดชูกำลังมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท ที่แทบไม่มีอัตราการเติบโต

สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจกระทิงแดง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง เปิดเผยว่า การเข้ามาสานต่อธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังจากพ่อหรือคุณเฉลียว อยู่วิทยา ความท้าทายคือ การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว หลังจากสภาพตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท จากนี้ไปจะมีอัตราการเติบโตเพียงแค่ตัวเลขหลักเดียว

ทั้งนี้ นโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้ความสำคัญกับการแตกไลน์เครื่องดื่มให้พลังงานเซ็กเมนต์ใหม่ๆ ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค อาทิ เรดดี้ซ่าส์ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกระทั่งการขยายไลน์สินค้านอกเหนือจากเครื่องดื่มไปสู่ตลาดขนมขบเคี้ยวภายใต้แบรนด์ป๊อปไรซ์ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจนอกเหนือจากธุรกิจหลักมาจากเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง

นอกจากนี้ จากสภาพตลาดภายในประเทศที่ไม่ดี อันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย บริษัทจึงวางแผนขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น แม้ว่ารายได้หลักมาจากต่างประเทศถึงสัดส่วน 70% ก็ตาม และภายในประเทศเพียง 30% โดยให้ความสำคัญกับการขยายตลาดอาเซียน หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ขณะนี้คู่แข่งก็เริ่มหันมาขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น

สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ใช้ราว 500 ล้านบาท ต่อเนื่องจาก 5 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2554-2558 ลงทุน 2,500 ล้านบาท สั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ มาขยายกำลังผลิตกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง เครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์ และอื่นๆ ที่โรงงาน จ.ปราจีนบุรี บนพื้นที่ 1,000 ไร่ จากเดิมมีกำลังผลิต 1.2 หมื่นล้านขวด/ปี เพื่อรองรับกับการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สราวุฒิ กล่าวว่า กำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยชะลอตัวลง บริษัทจึงจัดกิจกรรมเพื่อสังคมหรือการทำซีเอสอาร์โดยใช้งบรวมราว 50 ล้านบาท/ปี แบ่งเป็น ภายใต้ธีมความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อเนื่อง 5 ปีนับจากนี้ จัดทำขึ้นในโครงการกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น

“สินค้าของบริษัทส่วนใหญ่ทำตลาดแมส ฐานลูกค้าหลักเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร การจัดกิจกรรมเพื่อสังคม จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับกลุ่มดังกล่าว ขณะนี้ได้ทดลองโครงการกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืน ที่ จ.ปราจีนบุรี พื้นที่กว่า 203 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวได้ 77.48 ตัน และจะเพิ่มโครงการให้ครบ 1,700 ไร่ หรือมีกำลังผลิตข้าวเปลือกรวม 500 กิโลกรัม/ไร่”
สราวุฒิ กล่าว

ขณะที่รายได้ของบริษัททั้งปีตั้งเป้าเติบโต 10% มาจากเครื่องดื่มใหม่ๆ เรดดี้ และเรดดี้ซ่าส์ เพียวริคุ และสปอนเซอร์ ส่วนรายได้ตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้ามีอัตราเติบโต 20-25% โดยในปี 2560 ตามแผนสร้างรายได้รวมได้วางเป้าหมายการเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือจากรายได้ 2 หมื่นล้านบาท จะทะลุเป็น 4 หมื่นล้านบาท

อาณาจักรกลุ่มกระทิงแดงยังสามารถเติบโตได้อีกมาก เพราะจากโจทย์ที่ “เฉลียว อยู่วิทยา” ให้การบ้านเจนเนอเรชั่นที่ 2 คือ การต่อยอดธุรกิจเครื่องดื่มหรืออาหาร ด้วยการผลิตสินค้าปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค พร้อมกับปลูกฝังให้ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69