
ซิลิคอนวัลเลย์ลุยเวียดนาม
บริษัทร่วมลงทุนจากสหรัฐทุ่ม 10 ล้านเหรียญ ส่งเสริมการก่อตั้งสตาร์ทอัพเวียดนาม
บริษัทร่วมลงทุนจากสหรัฐทุ่ม 10 ล้านเหรียญ ส่งเสริมการก่อตั้งสตาร์ทอัพเวียดนาม
500 สตาร์ทอัพ บริษัทร่วมลงทุนและศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพจากซิลิคอนวัลเลย์ ที่สหรัฐ ตั้งกองทุนบ่มเพาะสตาร์ทอัพในเวียดนามมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 354 ล้านบาท) ตามเป้าหมายผลักดันให้สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีขยายตัวในหลายประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ ธุรกิจประเภทอี-คอมเมิร์ซ ธุรกิจเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษา และธุรกิจเปรียบเทียบราคา จะเป็นสตาร์ทอัพกลุ่มแรกที่ได้รับเงินทุนสำหรับการก่อตัวของธุรกิจ และบริษัทวางแผนลงทุนในสตาร์ทอัพมากถึง 150 แห่ง ผ่านการให้เช็คมูลค่า 2.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 8.83 ล้านบาท)
บินห์ ตรัง หนึ่งในหุ้นส่วนของ 500 สตาร์ทอัพ เปิดเผยว่า เวียดนามกลายเป็นประเทศที่บรรดาธุรกิจร่วมลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากถึง 90 ล้านคน และเกินกว่าครึ่งของประชากรเหล่านี้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ รวมทั้งมีเศรษฐกิจที่ขยายตัวปีละกว่า 6% เป็นตัวกระตุ้นอีกด้วย โดยบริษัทร่วมลงทุนส่วนใหญ่จะสนใจธุรกิจท้องถิ่นที่ตั้งเป้าจับตลาดชนชั้นกลางในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
นอกจากนี้ การใช้อินเทอร์เน็ตในประชากรวัยรุ่นของเวียดนามขยายตัวขึ้นเร็วมาก ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีมากกว่าประชากรที่มีที่อยู่อาศัย โดยก่อนหน้านี้ 500 สตาร์ทอัพได้สนับสนุนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซและแอพพลิเคชั่นส่งข้อความในเวียดนามไปแล้ว ผ่านอีกกองทุนที่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ รวมถึงยังมีปัจจัยที่แข็งแกร่งอื่นๆ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการถูก ผู้คนมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับสูง วิศวกรและนักถอดรหัสมีศักยภาพในการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งบางธุรกิจในเวียดนามเป็นหุ้นส่วนกับธุรกิจในซิลิคอนวัลเลย์ เช่น เฟซบุ๊กและกูเกิล อยู่แล้ว
ด้าน เดฟ แมคเคลอร์ ผู้ก่อตั้ง 500 สตาร์ทอัพ ระบุว่า มีธุรกิจร่วมลงทุนเพียงไม่กี่แห่งที่สนใจสนับสนุนเงินทุนในรูปแบบเพื่อการก่อตัวของธุรกิจด้านเทคโนโลยีในเวียดนาม ซึ่งเป็นรูปแบบของ 500 สตาร์ทอัพ
“เมื่อพิจารณาจำนวนและเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก รวมทั้งต้นทุนในการล้มเหลวยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เช่น ในตอนนี้ถ้าเราลงทุนในธุรกิจ 100-200 แห่ง เราก็คิดว่าอาจจะสำเร็จ 20% ซึ่งก็ถือว่าคุ้ม” แมคเคลอร์ กล่าว
แมคเคลอร์ ระบุว่า ปัจจุบันผู้อพยพชาวเวียดนามในซิลิคอนวัลเลย์จำนวนมากเริ่มหันกลับมาลงทุนในบริษัทท้องถิ่นเหล่านี้ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากประเทศที่มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก ซึ่งสามารถผลิตซอฟต์แวร์ไปขายในตลาดอื่นๆ เช่น สหรัฐ ได้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา 500 สตาร์ทอัพได้ลงทุนในธุรกิจ 1,500 แห่งใน 50 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2010 โดยบริษัทได้ตั้งเงินทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพในอาเซียน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 354 ล้านบาท) เมื่อช่วงปลายปี 2015 ต่อมาได้เพิ่มการลงทุนเป็น 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 708 ล้านบาท) และให้ครึ่งหนึ่งเป็นโครงการลงทุนในเวียดนาม







