
‘สายศิริ ศิริวิริยะกุล’ ทำงานต้องรู้จริงเข้าใจทุกภาคส่วนของธุรกิจ
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) ตัดสินใจนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2557 จากแนวคิดของรุ่นที่ 3 ตระกูล “ศิริวิริยะกุล” ที่กลับจากต่างประเทศมาสานต่อธุรกิจ
“สายศิริ ศิริวิริยะกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กร KTIS ก็เป็นหนึ่งในรุ่นที่ 3 ที่ว่านั้น
เธอจบปริญญาเอก สาขากฎหมายและเศรษฐกิจ จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ที่สหรัฐ โดยมีทางเลือกว่าจะอยู่ต่อที่สหรัฐหรือจะกลับมาเมืองไทย ถ้าอยู่ที่นั่นก็สามารถที่จะทำงานต่อได้เลยเพราะระหว่างเรียนได้ทำงานไปด้วย โดยเฉพาะงานในเรื่องโครงการวิจัยต่างๆ และก็อยากร่วมงานกับองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แต่ถ้าทำก็จะต้องอยู่ยาวและไม่กลับมาเลย
ในทางกลับกัน ถ้าตัดสินใจกลับเมืองไทยก็จะต้องกลับมาทำธุรกิจของตระกูลซึ่งตอนนั้นก็ได้มีการปรึกษาหารือกับลูกผู้พี่ซึ่งเป็นลูกของคุณลุงประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ว่า ถ้ากลับมาจะต้องมาทำธุรกิจของครอบครัวและมีการพูดกันถึงการนำบริษัทน้ำตาลของครอบครัวเข้าจดทะเบียนใน ตลท. เพราะส่วนหนึ่งยอมรับว่าในการเรียนนั้นมีส่วนที่เรียนในเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ ในการเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และการนำกิจการเข้า ตลท.ด้วย และเมื่อเห็นตรงกันเมื่อกลับมาเมืองไทยก็เริ่มและนำเสนอแนวคิดในการนำกิจการเข้าสู่ ตลท.กับคณะทั้งหมดของครอบครัวซึ่งไม่ง่ายแต่สุดท้ายก็เกิดขึ้น KTIS ได้เข้ามาเป็น บจ.
“สายศิริ” บอกว่า การทำงานจะต้องทำด้วยความเข้าใจและรู้จริงในทุกด้าน เพราะในธุรกิจน้ำตาลนั้นมีความเกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาชนซึ่งก็คือชาวไร่อ้อย คือเกษตรกร ซึ่งก็คือแหล่งวัตถุดิบของบริษัทและมีระบบพันธสัญญาระหว่างกัน กับเกษตรกรก็จะต้องอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจเพื่อที่จะทำให้ผลผลิตอ้อยออกมาดีมีคุณภาพ ในการทำงานต้องคลุกคลีกับชาวไร่อ้อย
“การไปไร่อ้อยนั้นถือว่าเป็นสิ่งคุ้นเคยและไปมาตั้งแต่เด็ก เมื่อต้องมาทำงานจึงมีความเข้าใจ และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งอ้อยเป็นเรื่องของการค้าและผลิตในระบบโควตา มีระบบในการควบคุมราคาและยังมีในเรื่องของฤดูกาล เมื่อเราเข้ามาทำแล้วต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นกระบวนการการผลิตจนสู่ปลายทางของการผลิต และทุกวันนี้ในการทำงานไม่ได้ทำเฉพาะในส่วนของบริษัทเท่านั้น แต่ได้เข้าไปทำงานร่วมกับสมาคมอ้อยและน้ำตาลด้วย เพราะต้องรู้ทั้งหมดทั้งตลาดในประเทศตลาดต่างประเทศว่าจะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร เพราะทุกการเปลี่ยน แปลงล้วนมีผลต่อธุรกิจทั้งสิ้น”







