
จีทูจีข้าวจีนแค่ 'สะดุด'
แม้ว่าไทยและจีนจะมีการลงนามซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ระหว่างกันมากถึง 3 ล้านตัน แบ่งเป็นสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตัน ที่ได้ลงนามในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และอีก 2 ล้านตัน ได้มีการตกลงซื้อขายภายหลังจากการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงต้นปี 2558 ที่ผ่านมา โดยได้มีการลงนามซื้อขายข้าว 1 ล้านตันแรกไว้แล้ว
แม้ว่าไทยและจีนจะมีการลงนามซื้อขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ระหว่างกันมากถึง 3 ล้านตัน แบ่งเป็นสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตัน ที่ได้ลงนามในช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และอีก 2 ล้านตัน ได้มีการตกลงซื้อขายภายหลังจากการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงต้นปี 2558 ที่ผ่านมา โดยได้มีการลงนามซื้อขายข้าว 1 ล้านตันแรกไว้แล้ว
ที่สำคัญคือ ขณะนี้ยังไม่สามารถการันตีว่าไทยจะสามารถส่งออกข้าวให้กับจีนได้ครบตามจำนวนที่ได้ลงนามเอ็มโอยูกันไว้หรือไม่
เช่น กรณีสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตัน ในส่วนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ได้ลงนามไว้ ล่าสุดยังไม่สามารถส่งมอบข้าวให้กับรัฐบาลจีนได้ครบตามจำนวนที่ตกลงไว้เช่นกัน แม้จะมีการลงนามซื้อขายกันไว้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา โดยผ่านมา 3 ปี ส่งมอบข้าวให้จีนไปแล้ว 9 แสนตัน เหลือ 1 แสนตัน สุดท้ายที่ไทยและจีนยังไม่สามารถตกลงราคาซื้อขายกันได้ เนื่องจากจีนขอต่อรองราคาลดลงมาเหลือ 360 เหรียญสหรัฐ/ตัน
“การส่งมอบข้าวในแสนตันสุดท้าย ซึ่งเป็นสัญญาของรัฐบาลชุดก่อน ยังไม่สามารถตกลงราคาร่วมกันได้ เนื่องจากบริษัท คอฟโก ผู้นำเข้าข้าวของรัฐบาลจีน ได้เจรจาขอลดราคาลงมาเหลือ 360 เหรียญสหรัฐ/ตัน ล่าสุดเพิ่มขึ้นมาให้เป็น 370 เหรียญสหรัฐ/ตัน ก็ยังต่ำกว่าที่ฝ่ายไทยเสนอขาย 405 เหรียญสหรัฐ/ตัน ราคาดังกล่าวถือว่าไทยขาดทุนมาก โดยสาเหตุที่จีนขอลดราคาลงมา เพราะราคาข้าวในตลาดจีนปรับลดลง ส่วนหนึ่งมาจากข้าวจากประเทศเวียดนามทะลักเข้ามาตามแนวชายแดนของจีน” ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุ
ชูเกียรติ มองว่า การต่อรองราคาดังกล่าวอาจกระทบไปถึงการตกลงรายละเอียดในส่วนของการซื้อขายข้าว 1 ล้านตันแรกที่ได้ลงนามรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะมีการเจรจาเรื่องราคากันในเดือน มี.ค.นี้ คาดว่าจีนจะขอต่อรองเพื่อลดราคาซื้อข้าวลงมาเช่นกัน
ขณะที่ ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีระหว่างไทยและจีน แม้จะมีการลงนามในแง่ปริมาณการซื้อขายระหว่างกันแล้ว แต่ก็ต้องมาเจรจาในรายละเอียดของราคาซื้อขายที่จะมีการส่งมอบให้กัน โดยจะยึดราคาตลาดเป็นหลัก แต่หากจีนต่อรองราคาซื้อข้าวจากไทยต่ำเกินไป ไทยจะไม่ขายก็ได้ และจะทำให้การส่งมอบข้าวก็เลื่อนออกไปก่อน และเจรจากันจนกว่าจะหาจุดสมดุลในเรื่องราคาได้
“เรียกว่าเป็นการต่อรองราคากันมากกว่า เพราะไทยและจีนได้มีข้อตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า จะใช้ราคาตลาดเป็นราคาที่ตกลงซื้อขายข้าวกัน ซึ่งในช่วงนี้ราคาข้าวของจีนปรับลดลง ทำให้จีนเจรจาต่อรองราคาข้าวจากไทย แต่หากให้ราคาต่ำไปก็ยังไม่ขายตอนนี้ แต่สุดท้ายการซื้อขายก็จะเป็นไปตามกรอบที่ตกลงไว้ แต่อาจจะส่งมอบช้าลง” ชุติมา ระบุ
ชุติมา กล่าวว่า ปัญหาการต่อรองราคาซื้อขายจีทูจีของจีน จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลของไทยที่ตั้งเป้าระบายในปี 2559 มากกว่า 5 ล้านตัน จากทั้งหมด 12 ล้านตัน เพราะยังมีหลายช่องทางในการระบายข้าวสต๊อกรัฐทั้งจีทูจีกับประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ รวมทั้งการนำข้าวสต๊อกรัฐมาเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไป (จีทูบี) และเปิดให้ผู้ซื้อต่างประเทศเสนอราคาซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาล เป็นต้น
“ไม่ว่าจะระบายข้าวแบบไหน หลักสำคัญคือจะต้องไม่กระทบกับราคาตลาด” ชุติมา ทิ้งท้าย







