
คาด200โครงการส่อกิจการรุนแรง
ตามการสำรวจ2,000แห่งเข้าข่ายชง
‘ชัยวุฒิ’ออกประกาศโพสต์ทูเดย์
— อุตฯ ระบุ โรงงาน 200 แห่ง เข้าข่ายกิจการรุนแรง หารือพลังงานรวบข้อมูลชง “ชัยวุฒิ” ถกออกประกาศกิจการรุนแรง ของกระทรวงอุตฯก่อน เพื่อสร้างความชัดเจนกับนักลงทุนนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของโรงงานทั้งหมดทั่วประเทศที่เข้าข่ายรายชื่อ 18 ประเภทกิจการรุนแรง ซึ่งจากการรวบรวมพบว่ามีโครงการทั้งหมด รวมทั้งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกระทรวงพลังงาน 2,000 โครงการ ที่มีประเภทกิจการตรงกับรายชื่อดังกล่าว
ทั้งนี้ มี 200 โครงการที่ส่วนใหญ่เป็นประเภทปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า เข้าข่ายในด้านขนาด และเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติหลังเดือน ส.ค. 2550 ที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ซึ่งหากมีการประกาศรายชื่อ 18 กิจการออกมา กิจการเหล่านี้ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2
ดังนั้น ในวันที่ 2 ส.ค.นี้ จะเชิญปลัดกระทรวงพลังงานเข้ามาหารืออีกครั้ง เพื่อมาพิจารณาร่วมกันว่าควรประกาศรายชื่อกิจการรุนแรงออกมาก่อนหรือไม่ เพื่อความชัดเจนในการดำเนินการของภาคเอกชน และจะนำข้อมูลเสนอต่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ต่อไป
ด้านนายชัยวุฒิ จะพิจารณาว่าหากกระทรวงอุตสาหกรรมจะออกประกาศประเภทกิจการเองจะมีความเหมาะสมหรือไม่ โดยนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาว่า หากประกาศจะส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหน มีมูลค่าความเสียหายเท่าไหร่ และเป็นตัวเลขที่มากพอที่จะประกาศออกมาก่อนหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีข้อขัดข้อง กระทรวงอุตสาห กรรมจะออกประกาศรายชื่อกิจการรุนแรง โดยจะต้องยกเลิกประกาศกิจการรุนแรง 8 ประเภทกิจการฉบับเก่าก่อน และประกาศใหม่เฉพาะในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อมีประกาศรายชื่อกิจการรุนแรงแล้ว แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง เพราะนักลงทุนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุนขยายกำลังการผลิตจะได้มีแนวทางในการดำเนินการที่ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีอยู่แล้วจากการที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว การส่งออกอยู่ในระดับสูง เพียงแต่รอความชัดเจนด้านกฎระเบียบอยู่
รวมทั้งนักลงทุนที่เข้าข่ายก็พร้อมที่จะดำเนินการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) อยู่แล้ว
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวคิดจะจัดงานบีโอไอแฟร์ช่วงปลายปี 2554 เพื่อแสดงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผลิต และศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการไทย จัดที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ใช้งบ 40 ล้านบาทเบื้องต้นได้กันงบประมาณจัดงานไว้ 40 ล้านบาท โดยจะหารือร่วมกับภาคเอกชนเพราะจะต้องใช้เวลาติดต่อประสานงานกับบริษัทแม่ในต่างประเทศเพื่อนำเทคโนโลยีมาแสดง ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศได้







