posttoday
‘จีสตีล’เพิ่มทุน5พันล.

‘จีสตีล’เพิ่มทุน5พันล.

31 กรกฎาคม 2553

ตั้งบริษัทย่อยซื้อหุ้นพี/พี5,100ล้านหุ้นนำไปแปลงหนี้หุ้นกู้เป็นทุนโพสต์ทูเดย์ — “จีสตีล” เพิ่มทุนขายเฉพาะเจาะจง 5,100 ล้านหุ้น ตั้งบริษัทย่อยรับซื้อลูกหุ้นทั้งหมด นำไปแปลงหนี้หุ้นกู้จีสตีลเป็นทุน ความไม่ชัดเจนการเพิ่มทุน โบรกเกอร์แนะ “ขาย”

นายริวโซ โอกิโน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท จีสตีล (GSTEEL) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ตั้งบริษัทย่อยขึ้นใหม่โดยจีสตีล เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของจีสตีลภายใต้หุ้นกู้ (Bonds) เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้บริษัท โดยจีสตีลจะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้บริษัทย่อย เพื่อให้บริษัทย่อยนำไปเป็นค่าตอบแทนผู้ถือหุ้นกู้ที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของจีสตีล

ทั้งนี้ บริษัทย่อยมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 1 ล้านหุ้น โดยจีสตีลถือหุ้น 99.99%

สำหรับจีสตีลจะเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 5,100 ล้านบาท จากจำนวน 13,860 ล้านบาท เป็น 18,960 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5,100 ล้านหุ้น รองรับการปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้ก่อนครบกำหนด 170 ล้านเหรียญสหรัฐ และให้บริษัทย่อยนำไปเป็นค่าตอบแทนผู้ถือหุ้นกู้ที่เข้าร่วมโครงการ Bonds Exchange Program โดยบริษัทย่อยจะนำหุ้นเพิ่มทุนมาชำระค่าหุ้นจีสตีลครั้งนี้

สำหรับเงินค่าหุ้นที่จีสตีลจะได้รับชำระจากบริษัทย่อยจะอยู่ในรูปสินทรัพย์อื่น โดยบริษัทย่อยจะนำหุ้นเพิ่มทุนชำระค่าหุ้นจีสตีล โดยราคาเสนอขายหุ้นจีสตีล 5,100 ล้านหุ้น ยังไม่ได้กำหนดราคาขาย ซึ่งผู้บริหารจะเป็นผู้กำหนดราคาต่อไป และให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2553 ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

ประโยชน์จากการเพิ่มทุนครั้งนี้ทำให้จีสตีลสามารถชำระคืนเงินต้นจำนวน 170 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญ

บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ ออกบทวิเคราะห์เรื่องดังกล่าวว่า การแปลงหนี้เป็นทุนครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นผลดีกับใคร แต่อยู่ในความคาดหมายว่าบริษัทต้องพยายามหาเงินกู้แหล่งใหม่เพื่อปรับโครงสร้างหรือเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอแปลงหนี้เป็นทุน รวมทั้งการหาพันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมทุน ซึ่งทั้งสองเรื่องไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอแปลงหนี้เป็นทุนต้องเกิดขึ้นแน่ และก็เป็นจริงตามแผน

สำหรับการเพิ่มทุนล็อตแรก 37% หรือ 5,100 ล้านหุ้น (จากทุนชำระเดิม 13,760 ล้านหุ้น) ไม่รู้ว่าขณะนี้ใครเป็นเจ้าหนี้หุ้นกู้ของจีสตีล และจะยอมรับข้อเสนอนี้ได้หรือไม่ อย่างไร

บทวิเคราะห์ระบุอีกว่า แผนปรับโครงสร้างหนี้ที่เคยแจ้งนับว่าหนักหนาสำหรับบริษัทและผู้ถือหุ้นเดิม เพราะนอกจากบริษัทต้องออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่เพื่อลดภาระหนี้แล้ว ยังมีภาระต้องจ่ายคืนหนี้โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20% ภายในระยะเวลาถือครอง 30 เดือน

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมยังมีผลกระทบจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนล็อตแรก 27% และคาดการณ์ว่าบริษัทยังมีภาระขาดทุนในช่วง 12 ปีข้างหน้า

ประเด็นที่เป็นข้อกังขาเกี่ยวกับระบบควบคุมภายใน การให้สินเชื่อ การจัดซื้อและจัดหาสินค้าคงเหลือ ตลอดจนความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินรวมและงบเฉพาะบริษัท อาจทำให้ต้องมีการปรับปรุงรายละเอียดในงบการเงิน จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดแผนปรับโครงสร้างหนี้อีก ซึ่งภายใต้ความไม่แน่นอนนี้แนะนำให้ “ขาย” หุ้นจีสตีล

 

ก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล รองประธานกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นจีสตีล ว่า ปัญหาต่างๆ ของจีสตีลถือว่าลงมาต่ำสุดๆ แล้ว และกำลังจะทำให้ผ่านจุดต่ำสุดนี้ โดยอยู่ระหว่างการชำระล้างบ้านเพื่อรอผู้ร่วมทุนรายใหม่พลิกฟื้นธุรกิจ ซึ่งระหว่างที่รอนี้ผู้บริหารมืออาชีพชาวต่างชาติในอุตสาหกรรมเหล็กเริ่มเข้ามาผ่าตัดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเห็นการเติบโตในอีกไม่นาน

ด้านราคาหุ้นจีสตีล วันที่ 30 ก.ค. แม้ไม่ได้ขอให้ตลาด SP ตามข่าวลือ แต่แรงเก็งกำไรแผ่วลงจากความไม่ชัดเจนของการเพิ่มทุน ส่งผลให้ราคาเคลื่อนไหวแคบๆ ต่ำสุด 0.48 บาท และสูงสุด 0.51 บาท ปิดตลาดที่ 0.49 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 292.95 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ