posttoday
"โมบายดาต้า" บูมสุดขีด จุดเปลี่ยนประมูล 4จี

"โมบายดาต้า" บูมสุดขีด จุดเปลี่ยนประมูล 4จี

07 มีนาคม 2559

สมรภูมิในธุรกิจโทรคมนาคมกลับมาดุเดือดกันอีกครั้ง หลังการประมูลคลื่น 1800 MHz และ 900 MHz

โดย...วิทยา ปะระมะ

สมรภูมิในธุรกิจโทรคมนาคมกลับมาดุเดือดกันอีกครั้ง หลังการประมูลคลื่น 1800 MHz และ 900 MHz ค่ายมือถือทุกค่ายล้วนงัดกลยุทธ์แย่งชิงลูกค้ากันอุตลุด รวมทั้งทิศทางการลงทุนก็เข้าสู่ช่วงการขยายโครงข่ายขนานใหญ่รองรับการใช้งานข้อมูล (ดาต้า) ที่มากขึ้น

ในมุมมองของ ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งดูแลสายงานด้านโทรคมนาคม ประเมินว่า ความคึกคักหลังประมูล 4จี ในรอบนี้ มีมากกว่าช่วงหลังจากประมูล 3จี ในปี 2555 เสียอีก และเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนมากว่าไม่มีอะไรเติบโตแบบก้าวกระโดดได้มากเท่านี้

“ตอน 3จี ตลาดก็เปลี่ยนไประดับหนึ่ง แต่ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนยังไม่มา และการลงทุนก็ไม่เท่ารอบนี้ รอบนี้ปลุกกระแสคนให้ตื่นหมดเลย มุมมองผมคือปีนี้จะมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นไปอีกระดับ เพราะตลาดมันอิ่มแล้ว ประเทศไทยมีคน 60-70 ล้านคน แต่มีซิม 100 ล้านเลขหมาย มันมีแทบจะทุกคนแล้ว และแพ็กเกจที่ออกมาทำให้มองเห็นหลายอย่างว่า เรากำลังขับเคลื่อนเข้าสู่บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัว” ก่อกิจ ให้ความเห็น

รองเลขาธิการ กสทช. ชี้ว่า ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ต่างจากครั้งประมูล 3จี ก็คือราคาของเครื่องสมาร์ทโฟนที่ลดลงมามาก ตอนนี้สามารถซื้อหาได้ในราคาต่ำกว่า 5,000 บาท ประกอบกับแพ็กเกจที่ใช้งานดาต้าก็ลดลงมามาก เมื่อก่อนขายกันที่ 599-799 บาท/เดือน แต่ปัจจุบัน 199-299 บาท/เดือน ก็มีดาต้าใช้งานได้แล้ว ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ปริมาณการใช้งานดาต้าเติบโตขึ้นแบบ Exponential Growth ในแต่ละเดือน เมื่อฝั่งดีมานด์ต้องการใช้เยอะ ฝั่งซัพพลายก็ต้องตั้งเสาถี่ขึ้นเพื่อขยายโครงข่ายตอบสนองกับการบริโภค

“แนวโน้มการลงทุน ทุกคนพูดถึงการขยายโครงข่าย อย่างทรูบอกชัดเจนว่าจะใช้เงินกับ 900 MHz 3 หมื่นล้านบาท ดีแทคบอกว่า 7 หมื่นล้านบาท เอไอเอสถ้าอยากรักษาความเป็นผู้นำก็ต้องลงทุน” รองเลขาธิการ กสทช. กล่าว

ก่อกิจ ประเมินว่า เฉพาะเม็ดเงินลงทุนของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรวมกันก็น่าจะเกิน 2 แสนล้านบาท/ปี ซึ่งสะท้อนชัดแจ้งอยู่ประการหนึ่งว่าเอกชนยังมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย เพราะการทุ่มกับเรื่องขยายโครงข่ายแบบนี้ไม่ใช่ 1-2 ปีคืนทุน ดังนั้นช่วงนี้ถือว่าอยู่ในช่วงหว่านไถ ต้องใช้ระยะเวลากว่า 5-6 ปี กว่าจะได้กำไร ดังนั้นการลงทุนระดับนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในตลาดได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม แม้จะพ้นช่วงลงทุนหนักๆ ใน 1-2 ปีนี้ แต่เชื่อว่าในอนาคตผู้ประกอบการมือถือก็จะไม่มีวันอยู่อย่างสุขสงบได้เลย เนื่องจากพอได้กำไรกลับมาก็ต้องเอามาลงทุนกลับไปตลอด

รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อไปอีกว่า ทุกวันนี้การแข่งขันของผู้ให้บริการมือถือเพื่อแย่งชิงลูกค้าให้โอนย้ายเลขหมายมาอยู่กับค่ายตัวเองก็ยังไม่มีแนวโน้มเลิกรา และเชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีโปรโมชั่นใหม่ๆ ออกมาห้ำหั่นกันอีก แต่เรื่องการตลาดไม่ค่อยน่าเป็นห่วงมากเท่ากับเรื่องคุณภาพ เพราะเมื่อใช้ดาต้าในปริมาณมากๆ มีการเติบโตแบบเท่าทวีในหลักเดือน การขยายโครงข่ายให้ทันเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อรักษาคุณภาพบริการไว้

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่ กสทช.จะเน้นการกำกับดูแล คือการกำกับในเชิงคุณภาพและความคุ้มค่าของราคาที่ผู้บริโภคจ่าย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อวิจัยผู้บริโภคในเชิงลึก วัดระดับคุณภาพบริการที่ได้รับ และความพอใจในการใช้งาน ก่อนจะนำข้อมูลกลับมาประมวลผลอีกครั้ง

“นอกจากนี้แล้ว ด้วยจำนวนเลขหมายที่มีกว่า 100 ล้านเลขหมาย ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถในการรับเรื่องร้องเรียนที่ กสทช.จะต้องยกระดับตามเช่นกัน”ก่อกิจ กล่าว

มองโลกแง่ดี "กลุ่มแจสฯ" มีเงินจ่ายแน่

ใกล้เดดไลน์ชำระเงินประมูลคลื่น 900 MHz งวดแรกเข้ามาทุกขณะ คำถามตัวโตๆ คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จะมาจ่ายหรือไม่ เพราะในส่วนของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ชัดเจนว่ามาแน่ เพราะเพิ่งลงนามกับ 6 ธนาคารเพื่อออกแบงก์การันตีไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งแจสฯ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของ ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร เขายังมองโลกในแง่ดีอยู่ โดยให้เหตุผลว่าในฐานะที่เป็นคนขายของ (คลื่น 900 MHz) เมื่อให้เครดิตในการหาเงินมาจ่าย 90 วัน หากยังไม่ครบกำหนดก็ต้องให้ความเชื่อมั่นต่อผู้ชนะประมูลว่าจะหาเงินมาจ่ายตามกำหนดเวลา ส่วนแจสฯ ไม่ว่าจะออกมาพูดหรือเลือกที่จะเงียบ ก็คงไม่อาจจะไปก้าวล่วงได้

ก่อกิจ กล่าวอีกว่า หลายคนคงมีคำถามว่า เหตุใด กสทช.ไม่ดูแลในเรื่องคุณสมบัติหน้าตักของผู้เข้าร่วมประมูลตั้งแต่ต้น พอประมูลได้แล้ว ผู้ชนะประมูลถูกตั้งคำถามถึงความสามารถในการชำระเงินแบบนี้ ถือว่า กสทช.ไม่รอบคอบหรือไม่

“คุณสมบัติที่เราคิดคือในเชิงพื้นฐาน บทเรียนในเชิงวิชาการมองกันว่า 100% ของมูลค่าคลื่นและเราป้องกันการเสียประโยชน์ของรัฐ แต่จำได้ไหมตอนประมูล 1800 MHz คิดไหมว่ามันจะแพงขนาดนั้น ตัวราคาที่เกิดขึ้นมันขับเคลื่อนโดยราคาในการเข้าสู่ตลาด กลุ่มแจสฯ เป็นคนที่ทำให้มีสิ่งนี้ เขาไม่ได้แค่ประมูลคลื่น แต่มีราคาเข้าสู่ตลาดด้วย” ก่อกิจ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในอนาคตคงไม่มีการประมูลกันในราคาแพงๆ เช่นนี้อีกแล้ว ครั้งนี้เป็นการประมูลที่ยาก เพราะไม่ได้มีแค่ราคาคลื่นความถี่ แต่ยังบวกราคาในการเข้าสู่ตลาดของกลุ่มแจสฯ บวกราคาในการรักษาแชมป์ และราคาของผู้ท้าชิงที่อยากเป็นแชมป์เข้าไปด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย