
รัฐบาลไฟเขียวร่างกม.FATCA
สศค. เผย ครม.เห็นชอบในหลักการร่างกม.FATCA ให้ไทยสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีกับรัฐบาลประเทศต่างๆ
สศค. เผย ครม.เห็นชอบในหลักการร่างกม.FATCA ให้ไทยสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีกับรัฐบาลประเทศต่างๆ
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร พ.ศ. .. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยเป็นกฎหมายกลางที่ทำให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามความตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีกับรัฐบาลประเทศต่างๆ อาทิ ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อความร่วมมือในการปรับปรุง การปฏิบัติตามการภาษีอากรระหว่างประเทศและการดำเนินการตาม Foreign Account Tax Compliance Act (FATCA) ตลอดจนความตกลงอื่นในลักษณะเดียวกันที่ประเทศไทยจะทำความผูกพันในอนาคตได้
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. มีสาระสำคัญดังนี้
1. ให้ รมว.คลังมีอำนาจเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนในการดำเนินการตามความตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีที่ประเทศไทยทำกับแต่ละประเทศคู่สัญญาได้
2. กำหนดอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ (Competent Authority) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีระหว่างประเทศไทยกับประเทศคู่สัญญา
3. ให้อำนาจผู้มีหน้าที่รายงานส่งข้อมูลทางภาษีให้กับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจและให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจมีอำนาจในการส่งข้อมูลดังกล่าวให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามความตกลงได้ และ 4. มีบทบัญญัติในการคุ้มครองการเปิดเผยข้อมูล มีบทกำหนดโทษ และมีการกำหนดให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบ
ทั้งนี้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเมื่อพระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ คือ ประเทศไทยจะสามารถปฏิบัติตามความตกลงในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีได้ ซึ่งจะส่งผลให้สถาบันการเงินของไทยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รายงานหลักสามารถประกอบธุรกิจในต่างประเทศโดยไม่ถูกหักภาษีในอัตราที่สูง หรือมีข้อติดขัดในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ในการได้รับข้อมูลแหล่งเงินได้ของบุคคลไทยในประเทศคู่สัญญาเพื่อนำมาใช้พัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
นายกฤษฎา กล่าวว่า หลังจากนี้ จะส่ง ร่าง พ.ร.บ. ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่าง และเสนอให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจาณาให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ต่อไป







