
ทีซีซีฯดึงริทซ์-คาร์ลตัน
กลุ่มเจริญเล็งดึงเชนโรงแรมหรูริทซ์-คาร์ลตัน ปั้นโครงการสวนลุม ปัดฝุ่นตึก 208 วิทยุ
กลุ่มเจริญเล็งดึงเชนโรงแรมหรูริทซ์-คาร์ลตัน ปั้นโครงการสวนลุม ปัดฝุ่นตึก 208 วิทยุ
นางวัลลภา ไตรโสรัส รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทในเครือทีซีซีอยู่ระหว่างวางมาสเตอร์แพลนให้กับโครงการย่านสวนลุมพินี (โรงเรียนเตรียมทหารเก่า) บนพื้นที่กว่า 90 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4-วิทยุ โดยหนึ่งในแผนพัฒนาดังกล่าวจะมีโรงแรมระดับไฮเอนด์ ซึ่งเป็นส่วนที่บริษัทรับหน้าที่ดูแลและอยู่ระหว่างพิจารณาว่าอาจจะใช้เชนโรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน ที่เป็นเชนโรงแรมระดับบนสุดของเครือแมริออท มาใช้กับการพัฒนาโครงการนี้
ทั้งนี้ โครงการโรงแรมที่จะใช้เชนริทซ์-คาร์ลตัน เป็น 1 ใน 7 โครงการโรงแรมที่เซ็นสัญญากับแมริออท อินเตอร์เนชั่น ในการนำเชนโรงแรมในเครือมาใช้คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 2.3 หมื่นล้านบาท โดยก่อนหน้านี้วางแผนจะใช้เชนริทซ์-คาร์ลตัน บริหารโครงการบนถนนวิทยุที่กลุ่มทีซีซีฯ ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งปัจจุบันยังเป็นอาคารสำนักงาน 208 ไวร์เลสที่ยังมีผู้เช่าอยู่ แต่ล่าสุดได้นำการใช้เชนริทซ์-คาร์ลตัน
มาทบทวนใหม่ และอาจใช้กับโครงการที่สวนลุมดังที่กล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัท ทีซีซี แลนด์ กล่าวว่า ส่วนแผนพัฒนาโครงการย่านลุมพินีจะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะเติมเต็มการพัฒนาโครงการบนถนนพระราม 4 ของกลุ่มทีซีซี แลนด์ ของกลุ่มเจริญ
สิริวัฒนภักดี โดยโครงการบนที่ดินแปลงนี้ นอกจากจะเป็นบิ๊กโปรเจกต์ที่อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนานานแล้ว ยังจะเป็นโครงการที่ไฮเอนด์ที่สุดบนถนนสายนี้ด้วย โดยก่อนหน้านี้บริษัทในเครืออย่างโกลเด้นแลนด์ได้ประเดิมพัฒนาที่ดิน 9 ไร่ หัวมุมถนนพระราม 4-คลองเตย ไปแล้วเป็นแปลงแรก เป็นโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน โรงแรม และพื้นที่เชิงพาณิชย์ มูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท จะแล้วเสร็จกลางปีนี้
ขณะที่ต่อจากนั้น โกลเด้นแลนด์ได้ประกาศแผนพัฒนาที่ดิน 14 ไร่ บริเวณถนนพระราม 4-สามย่าน ให้เป็นโครงการมิกซ์ยูสเช่นกัน มูลค่ารวมกว่า 8,500 ล้านบาท ส่วนที่ดินติดถนนพระราม 4 บริเวณเทพประทานใกล้กับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ราว 35 ไร่ ปัจจุบันยังไม่ได้ประกาศแผนพัฒนาที่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าอยู่ระหว่างวางมาสเตอร์แพลนเป็นภาพใหญ่ ในการพัฒนาของกลุ่มทีซีซีบนย่านพระราม 4 ในแต่ละหัวมุมถนน ให้การพัฒนาสอดรับซึ่งกันและกัน แต่ละโครงการจะมีคาแรกเตอร์และกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่แข่งขันกันเอง
นางวัลลภา กล่าวว่า ด้านแผนพัฒนาที่ดินบริเวณใกล้กับสนามกอล์ฟนอร์ธ ปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต หลังจากงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) มีความชัดเจน บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ ให้สอดรับกับเส้นทางรถไฟฟ้าที่ต่อขยายมายังย่านนี้ โดยเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย อาคารสำนักงานและคอมมูนิตี้มอลล์ ส่วนแผนพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ที่ชะอำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดิมเคยมีมาสเตอร์แพลนไว้แล้ว แต่คาดว่าต้องนำมาทบทวนใหม่ให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“แนวทางการพัฒนาของทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ จะเกาะไปกับภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก ทั้งกลุ่มโรงแรมและธุรกิจค้าปลีก รับการท่องเที่ยวที่คล้ายกับเอเชียทีค เพราะมองว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยมีความแข็งแกร่งมาก แม้ว่าในบางปีภาคท่องเที่ยวของไทยจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ แต่ระยะยาวแล้ว มั่นใจว่าการท่องเที่ยวไทยมีจุดแข็งและเป็นธุรกิจหลักของประเทศ โดยเฉพาะตลาดประชุมและสัมมนา (ไมซ์) ที่ประเทศไทยยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก บริษัทจึงเน้นพอร์ตโรงแรมเจาะกลุ่มไมซ์มากกว่าโรงแรมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งการดึงเชนโรงแรมระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดไมซ์อย่างแมริออทมาบริหาร จะช่วยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดไมซ์ระดับภูมิภาคได้” นางวัลลภา กล่าว
ด้านภาพรวมแผนพัฒนาโรงแรมตั้งแต่ระดับราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมระดับหรู โดยโรงแรมในปัจจุบันที่มีบริหารโดยเครือโรงแรม (เชน) 12 แห่ง และอยู่ระหว่างหารือกับเชนอื่นๆ นอกเหนือจากที่ใช้บริการอยู่ด้วย เพราะมองว่าแต่ละเชนมีจุดแข็งต่างกัน ซึ่งบริษัทอาจมีโรงแรมหลายแห่งอยู่ในทำเลเดียวกัน จึงต้องการเลือกแบรนด์ที่แตกต่างกันมาใช้
นอกจากนี้ ยังมีแผนปัดฝุ่นแบรนด์อิมพีเรียลที่บริษัทดำเนินการเอง จากโรงแรมระดับ 4 ดาว ให้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว และมีแผนจะปรับเปลี่ยนแบรนด์โรงแรมราคาประหยัด (บัดเจ็ท โฮเต็ล) จากเดิมที่ใช้แบรนด์อิมม์เป็นชื่ออื่นแทน โดยกำลังศึกษาชื่อเบื้องต้นน่าจะใช้แอท
นางวัลลภา กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนรายได้บริษัทมาจากโรงแรมในไทย 40% ของรายได้รวม หลังโรงแรมใหม่ที่กำลังพัฒนา 8 แห่ง เปิดบริการครบในปี 2562 จะทำให้สัดส่วนรายได้โรงแรมในไทยเพิ่มเป็น 50% แต่หากนับรวมกลุ่มรายได้ที่มาจากธุรกิจการให้บริการ (ฮอสพิทาลิตี้) จะมีสัดส่วนสูงถึง 70% ภายในปี 2663
นายคาร์ล ฮัตสัน รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และญี่ปุ่น บริษัท แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า มีแผนรับบริหารโรงแรมในไทยให้ได้ 30 แห่ง ในปี 2561 จากปัจจุบันมีอยู่ 16 แห่ง ปีนี้จะรับบริหารให้บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ 3 แห่ง โดยแมริออทจะใช้จุดแข็งที่มีโรงแรมในจีน 90 แห่ง ดึงคนจีนมาใช้เครือข่ายในไทย







