posttoday
สหรัฐหารืออุตฯ-พณ.

สหรัฐหารืออุตฯ-พณ.

30 กรกฎาคม 2553

โปรยยาหอมเชื่อมั่นลงทุนไทย การค้าปีนี้พุ่ง2.5หมื่นล.เหรียญ

โพสต์ทูเดย์ — สภาธุรกิจสหรัฐอาเซียน ยาหอมอุตสาหกรรม ทุนมะกันมั่นใจมาลงทุนไทย ขณะพบพาณิชย์แจงเตรียมยกกองถ่ายมาไทย เชื่อการค้าปีนี้ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เผยบริษัทเวสติ้งเฮาส์สนใจลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เร่งขอแผนการลงทุนที่ชัดเจน พร้อมเดินสายพบหน่วนงานภาครัฐแก้ปัญหาการลงทุน

นายสุรพงศ์ พงศ์เดชขจร เลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม เผยหลังหารือกับนายมาร์ค เมล์ลี รองประธานสภาธุรกิจสหรัฐอาเซียน ว่า ในภาพรวมนักธุรกิจสหรัฐอเมริกายังเชื่อมั่นที่จะมาลงทุนในไทยต่อเนื่อง โดยบริษัท เวสติ้งเฮาส์ สนใจจะเข้ามาลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย และยินดีที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย โดยบริษัท เวสติ้งเฮาส์ พร้อมจะถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ไทย แต่ต้องการให้ไทยกำหนดแผนการลงทุนที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงว่า การลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยยังมีปัญหาเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชนอยู่ เนื่องจากมีหลายฝ่ายที่ยังไม่เห็นด้วยและกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนอยู่

ขณะเดียวกัน บริษัท ฟอร์ด แจ้งว่ายังมั่นใจลงทุนในไทยต่อเนื่อง โดยเตรียมนำแผนลงทุนถึงปี 2555 มาเสนอนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม อีกครั้ง และอาจจะมีการหารือเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยใน 2 ปีข้างหน้าฟอร์ดมีแผนลงทุนในไทยเพิ่ม 450 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ฟอร์ดลงทุนในไทยรวมทั้งหมด 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ นักลงทุนสหรัฐอเมริกาได้เสนอให้แก้ปัญหาและอุปสรรคทางการค้าที่มีอยู่ให้หมดไป เช่น เสนอให้ลดภาษีการนำเข้าสินค้าบางชนิด เรื่องการกำหนดให้บริษัทสุราต้องติดฉลากเตือนการบริโภคสุราเหมือนฉลากบุหรี่ ซึ่งทำให้ต้องติดฉลากที่มีภาพน่ากลัวและอาจส่งผลต่อการทำตลาด โดยบริษัท บราวน์โฟร์แมน ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการกำหนดกฎระเบียบ ดังกล่าว และการออกประกาศดังกล่าวทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่กำหนดให้ติดฉลากคำเตือนเป็นภาพน่ากลัว เป็นต้น

“ในภาคพรวมนักธุรกิจสหรัฐยังเชื่อมั่นการลงทุนในไทย แม้ว่าไทยจะมีปัญหาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุน ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะรับข้อเสนอของนักธุรกิจสหรัฐไปประสานกับหน่วนงานที่เกี่ยวข้อง” นายศุรพงษ์ กล่าว

นายศุรพงศ์ กล่าวว่า สภาธุรกิจสหรัฐอาเซียน ได้นำนักธุรกิจสหรัฐที่ลงทุนในไทยจำนวน 22 บริษัท เดินทางมาไทยในวันที่ 2930 ก.ค.2553 โดยมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข และมีกำหนดเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 30 ก.ค.2553 ซึ่งนักธุรกิจสหรัฐต้องการเข้าพบภาครัฐเพื่อนำเสนอปัญหาที่นักธุรกิจสหรัฐเจอและต้องการเสนอให้ภาครัฐไทยหาทางแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า กลุ่มนักธุรกิจสหรัฐแจ้งข่าวดีกับไทยว่า บริษัทไทม์ วอเนอร์ มีโครงการใช้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฅฮอลลีวูดเรื่อง แฮง โอเวอร์ ทั้งเรื่อง และเผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศได้เป็นอย่างดี

สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ ปี 2552 มี 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออก 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้ากว่า 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตัวเลขการค้าทั้งสองฝ่ายช่วง 6 เดือน (ม.ค.มิ.ย.) ปีนี้ มีมูลค่าถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐไทยส่งออก 9,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ