posttoday
เศรษฐีไอทีจีนพุ่งทะยาน โอกาสใหม่แบงก์ต่างชาติ

เศรษฐีไอทีจีนพุ่งทะยาน โอกาสใหม่แบงก์ต่างชาติ

29 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงท่ามกลางตลาดทุนที่ยังคงผันผวน แต่ภาคเทคโนโลยีของจีนกลับยังคงมีผลงานที่ดีและดึงดูดการลงทุน สร้างรายได้ให้แก่ชาวจีนจนก้าวขึ้นมาเป็นเศรษฐีใหม่มากขึ้น และกลายเป็นแหล่งรายได้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์จีนในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยตลาดการจัดการความมั่งคั่งเอกชนจีนขยายตัว 16% นับตั้งแต่ปี 2012-2014 หรือมีมูลค่า 17 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 605 ล้านล้านบาท)

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า 4 ใน 5 ของเศรษฐีจีนที่มีความร่ำรวยมากที่สุดล้วนเติบโตมาจากภาคเทคโนโลยี เช่น แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา กรุ๊ป ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของจีน มีความมั่งคั่งทั้งหมด 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.61 แสนล้านบาท) นับถึงเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนเศรษฐีใหม่จีน ซึ่งมีรายได้ระหว่าง 1.5-7.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 53-267 ล้านบาท) หรือกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (High-net-worth) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22% ระหว่างปี 2012-2014

คนรุ่นใหม่โอกาสแบงก์ต่างชาติ

ซาเมียร์ คิชตี หุ้นส่วนของเบน แอนด์ โค บริษัทจัดการในฮ่องกง เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่เป็นชาวจีนรุ่นใหม่และมีการศึกษาในรูปแบบตะวันตก มักจะเปิดรับในการทำงานร่วมกับธนาคารต่างชาติและลงทุนในต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการเหล่านั้นจะหาข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อให้ธนาคารต่างชาติช่วยจัดการเงินและสร้างธุรกิจ

จากข้อมูลของบลูมเบิร์ก ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา 65% ของชาวจีนที่มีความมั่งคั่งสูง มีการใช้บริการธนาคารพาณิชย์ในการจัดการสินทรัพย์ เมื่อเทียบกับ 25% ในปี 2009

ในขณะเดียวกัน ฟรานซิสหลิว ผู้จัดการลูกค้าชาวจีนที่มีรายได้สูงของธนาคารยูบีเอส เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรุ่นใหม่เหล่านั้นมีศักยภาพมากกว่าสำหรับธนาคารที่มีการบริการครบวงจร สำหรับการจัดการทรัพย์สินและการบริการการลงทุน เช่น การประกันหุ้นและเครื่องมือการควบรวมกิจการ

“จุดมุ่งหมายสูงสุดคือช่วยเหลือผู้ประกอบการในการเพิ่มความมั่งคั่ง พวกเราไม่ใช่แค่มาเพราะคุณรวย แต่พวกเราต้องการสนับสนุนคุณในทุกขั้นตอน” หลิว กล่าว

ส่วนมากแล้ว ธนาคารพาณิชย์มักจะเก็บค่าบริการลูกค้าเป็นเปอร์เซ็นต์จากสินทรัพย์ที่ธนาคารช่วยจัดการ รวมถึงค่าบริการอื่นๆ สำหรับผลิตภัณฑ์การเงินพิเศษ

อย่างไรก็ตาม สำหรับธนาคารจากต่างชาติแล้ว การจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดในจีนนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากธนาคารต่างชาติครองส่วนแบ่งการตลาดในจีนน้อย โดย คิชตี ระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดของธนาคารต่างชาติน้อยมาก โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผลมาจากบรรดาธนาคารเหล่านั้นไม่มีสาขาที่ครอบคลุมได้เทียบเท่ากับธนาคารพาณิชย์จีน

คู่แข่งบริษัทเทคโนโลยีจากจีน

แม้ธนาคารพาณิชย์จีนจะจับตลาดกลุ่มผู้ประกอบการเทคโนโลยี แต่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเหล่านั้นเองก็สามารถสร้างรูปแบบไฟแนนเชียล เทคโนโลยี (ฟินเทค) ขึ้นมาใหม่และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของบรรดาธนาคารได้ ยกตัวอย่างเช่น หลีจีกั๋ว นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น วัย 38 ปี ลูกค้าของยูบีเอสและธนาคารไชน่า เมอร์แชนท์ ได้นำประสบการณ์ที่เคยอยู่กับอาลีบาบา มาเปิดเว็บไซต์ Wacai.com ของตนเอง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีลูกค้า มากถึง 1 ล้านคน เข้ามาซื้อขายสินทรัพย์

ไม่ใช่เพียงแต่หลีจีกั๋วเท่านั้น แต่เสี่ยวมี่เองก็ยังมีการลงทุนในออนไลน์โบรกเกอร์อย่าง ไทเกอร์ โบรเกอร์ส หรือฟูตู ซีเคียวริตี้ส์ ที่ออกแอพพลิเคชั่นสำหรับการซื้อขายหุ้นผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

โบริส โคลลาร์ดี ประธานบริหาร (ซีอีโอ) ของจูเลียส แบร์ ธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า การก่อตั้งฟินเทคเป็นรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในจีน และมีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้ามั่งคั่งชาวจีน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69