posttoday
รัฐให้เอกชนร่วมลงทุน "โมโนเรล" สายสีชมพู-เหลือง

รัฐให้เอกชนร่วมลงทุน "โมโนเรล" สายสีชมพู-เหลือง

29 กุมภาพันธ์ 2559

คณะกรรมการพีพีพี อนุมัติให้เอกชนร่วมลงทุนรถไฟฟ้า โมโนเรล สายสีชมพู แคราย – มีนบุรี และสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง มูลค่ารวมกว่า 1.1 แสนล้านบาท

คณะกรรมการพีพีพี อนุมัติให้เอกชนร่วมลงทุนรถไฟฟ้า โมโนเรล สายสีชมพู แคราย – มีนบุรี และสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง มูลค่ารวมกว่า 1.1 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 ก.พ. คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี)  ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้เห็นชอบในหลักการให้ รฟม. ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ช่วงแคราย – มีนบุรี) และสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว – สำโรง) โดยมีวงเงินลงทุน 5.66หมื่นล้านบาท และ 5.46 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

รถไฟฟ้า 2 สายนี้ จะเป็นระบบรถไฟฟ้า โมโนเรล ซึ่งรัฐเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดกรรมสิทธิที่ดินและให้ภาคเอกชนลงทุนค่างานโยธา ค่าระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า ค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงโดยให้เอกชนร่วมลงทุนเป็นระยะเวลา 30 ปีและเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงในด้านจำนวนผู้โดยสารของโครงการ

ทั้งนี้ เนื่องจาก 2 โครงการนี้จะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนงานโยธาแทนรัฐดังนั้น เพื่อให้สามารถดึงดูดเอกชนมาร่วมลงทุนจึงกำหนดให้เงินสนับสนุนแก่เอกชนแต่ไม่เกินมูลค่างานโยธาเท่านั้นโดยคณะกรรมการ PPP ได้มอบหมายให้ รฟม.ไปปรับกรอบวงเงินให้เป็นปัจจุบันและเหมาะสมมากขึ้นเพื่อเป็นการลดภาระเงินสนับสนุนของรัฐก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการงบประมาณในการจัดกรรมสิทธิที่ดินและกรอบวงเงินสนับสนุนที่ชัดเจนในเดือนมี.ค. 2559 ต่อไป

นอกจากนี้ คณะกรรมการพีพีพีได้ติดตามความคืบหน้าของอีก 3 โครงการภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ของกระทรวงคมนาคม ได้แก่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงหัวลำโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ -ท่าพระ) และโครงการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน – นครราชสีมา และสายบางใหญ่ - กาญจนบุรี ซึ่งทั้ง 3 โครงการยังสามารถดำเนินการได้ตามกำหนด โดยโครงการมอเตอร์เวย์2 โครงการ อยู่ระหว่างการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และคาดว่าจะเสนอกระทรวงคมนาคมได้ในเดือนเม.ย. 2559 นี้

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2559

ทั้งนี้ คณะกรรมการ PPP ได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาโครงการให้เร็วขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามกำหนดเวลาภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ต่อไป โดยโครงการร่วมลงทุนภายใต้มาตรการ PPP Fast Track5 โครงการ มีมูลค่าวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 3.34 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ คณะกรรมการ PPP ได้แก้ไขประเด็นปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการโรงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) และโรงงานขยะขนาดเล็ก ที่เกิดจากการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ ปี 2556 แล้ว โดยการปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินการของกิจการตามนโยบายรัฐบาลให้มีความกระชับและชัดเจนมากขึ้นเพื่อให้โครงการตามนโยบายรัฐบาลได้รวดเร็วมากขึ้น สำหรับปัญหาและอุปสรรคในประเด็นอื่นๆให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน