
การเมืองเมียนมาลากก่อสร้างทวายช้า
ก่อสร้างถนนเชื่อมด่านพุน้ำร้อน-ทวายล่าช้า รอพม่าส่งรัฐสภาอนุมัติกู้เงินไทย ญี่ปุ่นเสนอปรับแบบก่อสร้างเพิ่ม 7 จุด
ก่อสร้างถนนเชื่อมด่านพุน้ำร้อน-ทวายล่าช้า รอพม่าส่งรัฐสภาอนุมัติกู้เงินไทย ญี่ปุ่นเสนอปรับแบบก่อสร้างเพิ่ม 7 จุด
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทุนในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ประเทศเมียนมาว่า ขณะนี้ทางเมียนมาอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลใหม่ทำให้กรณีการกู้ยืมเงินเพื่อก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างด่านพุน้ำร้อนกับท่าเรือน้ำลึกทวายยังไม่ถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ทำให้การก่อสร้างถนนที่ตามกำหนดเดิมบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ในฐานะผู้ได้สัมปทานในระยะแรกเริ่ม (Initial Phase) จะเริ่มก่อสร้างในเดือนมี.ค. 2559 นี้ จะต้องมีความล่าช้าออกไป
ในขณะที่กระบวนการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ(SPV) ในการร่วมดำเนินการระหว่างรัฐบาลไทย รัฐบาลเมียนมา และญี่ปุ่นนั้น ขณะนี้ก็ยังไม่เรียบร้อย ยังต้องรอให้ทางญี่ปุ่นใส่เงินเข้ามารวมถึงดำเนินการจดทะเบียน ขณะที่ทางเมียนมาก็ต้องใส่เงินเข้ามาเช่นกัน
นายอาคม กล่าวว่า ระหว่างนี้ทางญี่ปุ่น โดย องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้ดำเนินการศึกษาถนนเชื่อมระหว่างชายแดนพุน้ำร้อนกับท่าเรือทวาย หรือเรียกว่าเป็น New Highway Road ซึ่งได้ศึกษาจากเส้นทางเดิมที่บิรษัทอิตาเลียนไทยฯ ออกแบบไว้ ซึ่งทางไจก้าเห็นว่าที่อิตาเลียนไทยออกแบบไว้นั้นมีความชันมากเกินไปเป็นไปได้ยากที่จะให้รถบรรทุกวิ่ง จึงจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสม ซึ่งจะมีการเจาะอุโมงค์เพิ่มอีก 7 จุด แต่ในกรณีนี้ทางไจก้าและอิตาเลียนไทยฯจะต้องหารือกันให้ได้ข้อสรุปแน่นอนก่อนที่จะเริ่มลงทุน เพื่อไม่ให้มีปัญหาว่าลงทุนไปแล้วต้องมาแก้ไขและสิ้นเปลืองงบประมาณมากขึ้น
ทั้งนี้ ถ้าเห็นด้วยร่วมกันกับข้อเสนอของญี่ปุ่นก็จะดำเนินการแก้ไขสัญญาการก่อสร้างกับอิตาเลียนไทยต่อไป และในกรณีนี้จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอยู่แล้วเพราะตามแบบเดิมอิตาเลียนไทยไม่ได้มีการเจาะอุโมงค์ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนนี้คาดว่าจะเป็นการใช้เงินกู้จากญี่ปุ่นเพราะทางญี่ปุ่นยินดีจะให้เงินกู้ในโครงการนี้ ในส่วนอื่นนั้นคาดว่าต้นทุนจะไม่เพิ่มขึ้นมากนักเพราะก่อนหน้านี้ทางญี่ปุ่นได้เสนอผลการศึกษามาซึ่งต้นทุนสูงเกินไป แต่ทางไทยเองมีมาตรฐานถนนตามมาตรฐานของกรมทางหลวงอยู่แล้ว จึงไปให้ปรับต้นทุนต่อหน่วย(Unit Cost) ลงมาแล้ว
“ทางญี่ปุ่นเขาลงไปสำรวจแล้วเห้ฯว่าต้องปรับแนว แต่ว่า 80% ยังคงเป็นแนวเดิมที่อิตาเลียนไทยฯ ออกแบบไว้ แต่ที่ต้องปรับมีประมาณ 20% ที่ต้องผ่านภูเขาต้องทำทำอุโมงค์เพิ่ม 7 จุด ซึ่งก็ต้องกระทบกับการลงทุนที่ต้องเริ่มมี.ค.นี้ เพราะมันต้องคุยกันว่าใช้แนวทางไหนก่อนเริ่มลงทุน ซึ่งอิตาเลียนไทยฯ ต้องเป็นผู้ก่อสร้างแน่ๆ แต่ไม่อยากให้สร้างแล้วต้องมาแก้ภายหลังและเสียงบเพิ่ม แต่ก็คาดว่าจะไม่ดีเลย์มาก ตอนที่เราเสนอให้สินเชื่อเพื่อสร้างถนนนั้นก็เป็นช่วงเลือกตั้ง รัฐบาลก็เสนอรัฐสภาไม่ทัน จะต้องรอหลังมีรัฐสภาใหม่” นายอาคม กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงกลางปี 2558 คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติให้สินเชื่อรัฐบาลเมียนมา 4,500 ล้านบาท ในการนำไปลงทุนก่อสร้างถนน 2 เลน เชื่อมด่านพุน้ำร้อนของไทยกับท่าเรือน้ำลึกทวาย ระยะทาง 132 กิโลเมตร แต่การกู้เงินนี้จะต้องผ่านความเห็นของรัฐสภาเมียนมาจึงจะสามารถกู้ยืมและนำเงินไปลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม ตามแผนเดิมนั้นเอกชนที่ได้รับสัมปทานก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมทวายจะต้องเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างถนนด้วย แต่มีปัญหาที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ไม่ให้สินเชื่อสำหรับไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเช่นถนน หรือไฟฟ้า ดังนั้นจึงต้องปรับแผนมาเป็นรัฐบาลเมียนมาเป็นผู้ลงทุน จึงต้องมากู้เงินจากรัฐบาลไทยดังกล่าว







