
ปั้นสตาร์ทอัพหัตถศิลป์
ศ.ศ.ป.สร้างสตาร์ทอัพ สินค้าหัตถศิลป์ สู่ตลาดโลก เผยยอดขายพุ่ง 22%
ศ.ศ.ป.สร้างสตาร์ทอัพ สินค้าหัตถศิลป์ สู่ตลาดโลก เผยยอดขายพุ่ง 22%
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ศ.ศ.ป. หรือ SACICT เปิดเผยว่า ในปี 2559 จะเปิดอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อร่วมสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ งานหัตถกรรมรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีนวัตกรรม และสามารถสร้างสินค้าไทยใหม่ที่มีไอเดีย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดสินค้างานหัตถกรรมไทยในตลาดโลกที่มีสูงขึ้น จะส่งผลดีช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมาก
สำหรับการจัดอบรมให้กลุ่มสมาชิกงานหัตถกรรมและบุคคลทั่วไป จะมีหลากหลายกลุ่ม รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขามาเป็นผู้ให้การอบรม ในหัวข้อ อาทิ โอกาสและช่องทางการตลาดหัตถกรรมไทยสู่ตลาดอังกฤษ ซึ่งเป็นตลาดที่มีการนำเข้างานผ้าทอจากไทยจำนวนมากทุกปี การสร้างสรรค์งานหัตถกรรมให้ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน ความรู้ด้านเทคนิคการย้อมครามและคุณสมบัติที่โดดเด่นของผ้าย้อมครามไทยที่ไม่เหมือนใคร การพัฒนาหัตถกรรมเพื่อความยั่งยืนทำได้อย่างไร กระบวนการผลิตงานหัตถกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้หัตถศิลป์ได้หรือไม่ และการสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น
ขณะที่ยอดจำหน่ายสินค้าหัตถศิลป์ไทยในช่วงที่ผ่านมา ถือได้ว่าได้รับการตอบรับอย่างดีจากคนไทยและชาวต่างชาติในไทย เห็นได้จากยอดขายผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยจากสมาชิกของ SACICT ในจุดจำหน่ายทุกจุดทั้งที่อาคารทำการ SACICT อ.บางไทร, สนามบินสุวรรณภูมิ และอมรินทร์พลาซ่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22% จากปีที่ผ่านมา และในปี 2559 มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
ทั้งนี้ สมาชิกงานหัตถกรรมหรือผู้ที่สนใจและมีไอเดียงานฝีมือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการอบรมและสำรองที่นั่งในการเข้าอบรม ได้ที่สายงานพัฒนาทักษะฝีมือช่างและสมาชิก โทร.1289 หรือ
www.sacict.or.th และผ่านเฟซบุ๊ก ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
นางอัมพวัน กล่าวต่อว่า ศ.ศ.ป.มีแผนจัดกิจกรรมเพื่อโปรโมทสินค้าไทยในตลาดโลก ผ่านการสร้างแบรนด์ SACICT เพื่อให้ลูกค้ารับรู้ว่าเป็นแบรนด์สินค้าหัตถกรรมไทยคุณภาพดี และทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการซื้อสินค้าไทย พร้อมกันนี้จะรุกตลาดสินค้าหัตถกรรมไทยในประเทศจีน โดยมุ่งเจาะตลาดกลางและบน ถือเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงชาวจีน ชื่นชอบสินค้าหัตถศิลป์ไทยในระดับสูง นอกจากนี้มีแผนจัดกิจกรรม SACICT โรดโชว์อย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง เพื่อขยายตลาดสินค้าไทยสู่ลูกค้า
ก่อนหน้านี้ ศ.ศ.ป.ได้จัดโครงการ 7 เส้นทางผ้าทอเอกลักษณ์ไทย สู่รายได้ชุมชน เพื่อร่วมส่งเสริมผ้าทอของประเทศไทย ทั้งการตลาด สร้างแบรนด์ และการส่งออกในต่างประเทศ รวมทั้งทำให้ผ้าทอไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศและตลาดโลก โดยประเมินว่า การส่งออกผ้าทอไทยปี 2559 จะขยายตัว 10% ต่อเนื่องจากปี 2558 ที่เติบโต 10% มีมูลค่ามากกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาการส่งออกผ้าทอไทยไปต่างประเทศ จะเป็นตลาดประเทศจีน สหรัฐ ญี่ปุ่น และในภูมิภาคอาเซียน







