
แจงพกแบตฯขึ้นเครื่องบินได้
กพท.ชี้แจง ICAO ห้ามขนแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนใต้ท้องเครื่องบิน แต่พกขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 หมื่นแอมป์
กพท.ชี้แจง ICAO ห้ามขนแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนใต้ท้องเครื่องบิน แต่พกขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 หมื่นแอมป์
นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยานและผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้แจ้งมติเรื่องการห้ามขนส่งหรือเก็บแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ชนิดประจุไฟไว้ในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบินในเที่ยวบินที่บรรทุกผู้โดยสาร ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2559 ยกเว้นแบตเตอรี่ที่มีระดับความจุไฟฟ้าน้อยกว่า 30% แต่ ICAO ไม่ได้ห้ามนำแบตเตอรี่ลิเทียมแบบพกพาหรือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
สำหรับเที่ยวบินขนส่งสินค้าโดยเฉพาะหรือเฟดเตอร์สามารถขนส่งแบตเตอรี่ลิเทียมได้ เนื่องจากเป็นการขนส่งสินค้าวัตถุอันตรายที่มีระบบการป้องกันอยู่แล้ว
นายจุฬา ชี้แจงว่า มาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเครื่องบินผู้โดยสารของไทย เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้เป็นตลาดหลักที่มีการผลิต หรือการขนส่งแบตเตอรี่ลิเทียมดังกล่าวเหมือนกับประเทศจีน ขณะที่ปัจจุบันแต่ละสายการบินมีการแจ้งมาตรการเรื่องการห้ามนำแบตเตอรี่และแบตสำรองไว้ในกระเป๋าสัมภาระที่จะโหลดไปใต้ท้องเครื่องบินอยู่แล้ว แต่อนุญาตให้นำแบตเตอรี่พกติดตัวขึ้นเครื่องได้ โดยกำหนดความจุไฟฟ้าไว้ไม่เกิน 2 หมื่นแอมป์
อย่างไรก็ตาม คำสั่งเรื่องการห้ามนำแบตเตอรี่ลิเทียมขึ้นเครื่องบินไม่ได้เป็นการบังคับ แต่ประเทศส่วนใหญ่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของ ICAO ขณะนี้หลายสายการบินได้ยกเลิกการขนส่งแบตเตอรี่ลิเทียมแล้ว ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมาจากข้อเรียกร้องของสมาคมสายการบินและนักบินหลายแห่งที่คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนลุกไหม้ได้เอง หากบรรจุหรือเก็บไว้ด้วยวิธีการไม่เหมาะสม และไฟที่ลุกไหม้จะมีอุณหภูมิสูงถึง 593 องศาเซลเซียส อาจทำให้โลหะที่ใช้ประกอบเครื่องบินหลอมละลายได้
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ม.ค. 2556 เคยเกิดเหตุแบตเตอรี่ลิเทียมโอเวอร์ฮีต 2 ครั้ง บนเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ขณะที่เมื่อเดือน ก.ค. 2558 โบอิ้งได้ส่งคำเตือนเรื่องการห้ามบรรทุกแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบินไปยังสายการบินทั่วโลกจนกว่าจะมีมาตรการความปลอดภัย







