
ประชุมอาเซียน-สหรัฐ ไทยได้อะไร?
สัปดาห์ที่แล้วข่าวเด่นแต่กลับไม่ดังคือ นายกรัฐมนตรีบินกลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐ
โดย...ธนิต โสรัตน์
สัปดาห์ที่แล้วข่าวเด่นแต่กลับไม่ดังคือ นายกรัฐมนตรีบินกลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐ ซึ่งเป็นคำเชิญของประธานาธิบดีบารัก โอบามา เป็นการประชุมครั้งแรกโดยสหรัฐเป็นสปอนเซอร์ ภาพที่เห็นคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้จับมือกับประธานาธิบดีสหรัฐแถมเห็นรอยยิ้มนิดๆ จากโอบามา แสดงให้เห็นถึงสหรัฐให้ความสำคัญและไม่ปล่อยให้ไทยหลุดมือไปพึ่งพาจีนได้ง่ายๆ
การประชุมยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างภูมิภาคครั้งนี้ สหรัฐทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุน และความมั่นคง แสดงให้เห็นถึงบทบาทของประเทศสหรัฐยังคงให้ความสำคัญต่อภูมิภาคอาเซียนด้วยการดึงเอา 10 ประเทศอาเซียน เข้ามาเป็นพันธมิตรหุ้นส่วนเศรษฐกิจ
ซึ่งก่อนหน้านั้นได้ลงนามความตกลง “TPP” หรือความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก โดยประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ได้เข้าร่วมเป็นภาคีเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
ขณะที่หลายชาติของอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ต่างกระหายที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก เพราะผลประโยชน์ทางการค้าของทีพีพีนั้นมีมากกว่าการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เสียด้วยซ้ำ
การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ซันนี่แลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย แสดงให้เห็นถึงการกลับมาของสหรัฐ โดยการดึงพันธมิตรในอาเซียนเข้ามาเป็นพวก
ในทางยุทธศาสตร์ถือเป็นการปิดล้อมจีนทางการค้า แถมยังโอ๋เป็นพิเศษทั้งกับเวียดนามและฟิลิปปินส์ เพื่อเป็นกันชนไม่ให้จีนไประรานพื้นที่ต่างๆ ในทะเลจีนใต้ ซึ่งทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทกับประเทศจีนอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปถึงท่าทีสหรัฐที่มีต่ออาเซียน เพราะสหรัฐไม่ได้มองอาเซียนเป็นหนึ่ง แต่ใช้วิธีเจรจาแลกผลประโยชน์เป็นรายประเทศ กรณียกระดับความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐ จึงเป็นเรื่องผลประโยชน์ของสหรัฐล้วนๆ
ขณะที่สหรัฐก็มีตัวเลือกโดยใช้เมียนมา เวียดนาม ซึ่งสหรัฐมีความฟีเวอร์มากกว่าไทยเป็นจุดถ่วงดุลกับจีน
ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมนอกเหนือจากภาครัฐแล้วยังมีการนำผู้บริหาร หรือ CEO บริษัทใหญ่ของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลและไอทีเข้าร่วมประชุม ซึ่งสหรัฐหวังจะผลักดันให้เป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐ โดยหวังว่าประเทศอาเซียนจะเป็นลูกค้าสำคัญ
กรณีของประเทศไทยดูเหมือนว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้จะทำให้ไม่ถูกกันออกจากเวทีความร่วมมืออาเซียน-สหรัฐ และได้มีโอกาสใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกับนานาประเทศ เกี่ยวกับการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ และดูเหมือนสหรัฐจะพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งจะยกระดับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น และจะส่งผลต่อการส่งออกของไทยในทางบวก
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมประชุมอาเซียน-สหรัฐ ในครั้งนี้ ถือว่าไทยได้ประโยชน์ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ได้ถูกกันให้ตกขบวนการเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างสองภูมิภาค และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผู้นำไทยบนเวทีภูมิภาค อีกทั้งมีโอกาสประชาสัมพันธ์ให้โลกรู้และเห็นถึงว่า ขณะนี้ไทยกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาการเมืองในประเทศ
แต่จะให้นานาชาติยอมรับจริง คงต้องเร่งปฏิรูปให้บ้านเมืองเข้าสู่วิถีปกติเร็วๆ นะครับ...
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







