posttoday
ตลาดหุ้นเสี่ยงผันผวนต่อ

ตลาดหุ้นเสี่ยงผันผวนต่อ

23 กุมภาพันธ์ 2559

ตลาดหุ้นกลับมาสงบเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผันผวนอย่างหนัก นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารในยุโรปจากความกังวลการผิดนัดชำระหนี้ การใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบของบรรดาธนาคารกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางพยายามเฮือกสุดท้ายที่จะกู้เศรษฐกิจ และราคาน้ำมันถูกที่เป็นความเสี่ยงก่อให้เกิดการล้มละลายในหมู่ภาคพลังงาน

ตลาดหุ้นกลับมาสงบเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผันผวนอย่างหนัก นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารในยุโรปจากความกังวลการผิดนัดชำระหนี้ การใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบของบรรดาธนาคารกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางพยายามเฮือกสุดท้ายที่จะกู้เศรษฐกิจ และราคาน้ำมันถูกที่เป็นความเสี่ยงก่อให้เกิดการล้มละลายในหมู่ภาคพลังงาน

โมฮัมเหม็ด เอล-อีเรียน หัวหน้าที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของอลิอันซ์ บริษัทการเงินรายใหญ่ในยุโรปและประธานสภาพัฒนาเศรษฐกิจโลกของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นจะกลับมาผันผวนอีกครั้งหลังเริ่มเริ่มสงบเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา

เอล-อีเรียน ระบุว่า ตลาดหุ้นกลับมาสงบได้ด้วยเหตุผล 4 ประการ ได้แก่ ความพยายามของธนาคารกลาง การซื้อคืนหุ้นกู้ของดอยช์แบงก์ การตกลงกันคงกำลังผลิตระหว่างประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) และนอกโอเปก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเดือน ม.ค.ที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงใหญ่อีก 3 ประการ ที่เหตุผล 4 ประการข้างต้นไม่เพียงพอที่จะจัดการได้ ดังนี้

ประการแรก รายได้ภาคเอกชนจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลที่ไม่สามารถจะออกนโยบายได้ทันท่วงทีและตรงกับความต้องการของภาวะเศรษฐกิจ

ล่าสุดองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงจาก 3.3% เป็น 3% จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ประการที่สอง ความกังวลต่อความสามารถของธนาคารกลางในการจัดการกับความผันผวนในตลาดทุน โดยเฉพาะความกังวลต่อความสามารถในการจัดการเศรษฐกิจของธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) โดยบีโอเจใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบจนสร้างความกังวลให้แก่บรรดานักลงทุนมาแล้ว และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้น

ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางที่ยังมีความสามารถอยู่อย่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจไม่กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากรายได้ประชาชนและอัตราเงินเฟ้อภายในสหรัฐยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น และความผันผวนในตลาดทุนก็ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

ประการที่สาม การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไม่ส่งผลให้เกิดผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนระยะยาวที่มีเสถียรภาพ และนักลงทุนยังคงหาแหล่งลงทุนที่จะลงทุนในระยะยาว ดังนั้นจึงต้องการราคาใหม่ในตลาด ซึ่งถูกกว่าปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ