posttoday
หุ้นไทย 18 ก.พ. ดัชนีปิดบวก 6.12 จุด

หุ้นไทย 18 ก.พ. ดัชนีปิดบวก 6.12 จุด

18 กุมภาพันธ์ 2559

หุ้นไทย 18 ก.พ. ดัชนีปิดที่ 1,294.59 จุด เพิ่มขึ้น 6.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,976.92 ล้านบาท แนวโน้มยังผันผวนสูง

หุ้นไทย 18 ก.พ. ดัชนีปิดที่ 1,294.59 จุด เพิ่มขึ้น 6.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,976.92 ล้านบาท แนวโน้มยังผันผวนสูง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,294.59 จุด เพิ่มขึ้น 6.12 จุด หรือ 0.47% มีมูลค่าการซื้อขาย 46,993 ล้านบาท

หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTT ปิดที่ 250.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,939.26 ล้านบาท
2.PTTEP ปิดที่ 66.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,988.85  ล้านบาท
3.AOT ปิดที่ 400.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,782.30  ล้านบาท
4.PTTGC ปิดที่ 53.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,698.60 ล้านบาท
5.SCC ปิดที่ 430.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,488.91  ล้านบาท

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก  หรือ GBS กล่าวว่าแนวโน้มภาวะตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนสูง  โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบหน้าในเดือนมี.ค. เนื่องจากมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก และการดีดตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความคืบหน้าจากความร่วมมือของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการช่วยกันรักษาเสถียรภาพราคา

ปัจจัยที่กดดันดัชนีตลาดหุ้นไทย คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว  ภาคเอกชนชะลอการลงทุนซึ่งเห็นได้จากดัชนีความความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม 2559 อยู่ที่ระดับ 86.3 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนจากระดับ 87.5 ในเดือนธันวาคม 2558  รวมทั้งการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศหลัก เช่น สหรัฐ กลุ่มประเทศยูโรโซน ญี่ปุ่น จีนมีความแตกต่างกัน 

ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก  ประเมินกลยุทธ์การลงทุนใน SET ว่าภาวะตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 10 มีนาคมนี้ รวมถึงแรงซื้อดักงบและปันผลปี 2558 ที่ทยอยประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงผิดหวังผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ตรึงการผลิตเป็นตัวถ่วงดัชนี

ดังนั้นคาดว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,270 - 1,315 จุด แนะนำกลยุทธ์การลงทุน Selective Buy ในกลุ่มที่ปัจจัยบวกและซื้อสะสมหุ้นที่งบการเงินเติบโตดี ได้แก่ FSMART, TVT, BEAUTY, EA, SYNEX, SPALI, ORI และ UBIS กลุ่มหุ้นที่มีปันผลสูง แนะนำ INTUCH, ADVANC และ KTB หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากช่วง High season  ของการท่องเที่ยวและต้นทุนน้ำมันปรับตัวลงแนะนำ AOT, BA และAAV

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ