posttoday
Focus Focus Focus

Focus Focus Focus

17 กุมภาพันธ์ 2559

เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ กับวันวาเลนไทน์ ในฐานะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับเพชรที่เพิ่งทำอะไรใหม่เพื่อต้อนรับเทศกาลนี้ ต้องบอกว่า ภาวะการจับจ่ายใช้สอยภาพรวมในช่วงเทศกาลนี้คึกคักดีจริงๆ ดูได้จากใกล้ตัวเราที่สุด เมื่อได้มีโอกาสไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ บ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าหนุ่มสาวเดินกันมาเป็นคู่ๆ บ้างก็ถือช่อดอกไม้ บ้างก็ดอกเดียว หรือเป็นถุงช็อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารค่อนข้างหนาแน่น

เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ กับวันวาเลนไทน์ ในฐานะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับเพชรที่เพิ่งทำอะไรใหม่เพื่อต้อนรับเทศกาลนี้ ต้องบอกว่า ภาวะการจับจ่ายใช้สอยภาพรวมในช่วงเทศกาลนี้คึกคักดีจริงๆ ดูได้จากใกล้ตัวเราที่สุด เมื่อได้มีโอกาสไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ บ้านช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าหนุ่มสาวเดินกันมาเป็นคู่ๆ บ้างก็ถือช่อดอกไม้ บ้างก็ดอกเดียว หรือเป็นถุงช็อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารค่อนข้างหนาแน่น

อย่างที่เกริ่นไปว่า เราเพิ่งได้ทำอะไรใหม่ๆ เพื่อต้อนรับเทศกาลนี้ ซึ่งในโลกแห่งการทำธุรกิจทุกวันนี้ หากเราไม่ทำอะไรใหม่ๆ ที่ตรงใจและตอบโจทย์กับพฤติกรรมลูกค้าก็น่าจะทำให้แบรนด์ของเราไม่ไปไหนและไม่ครองอยู่ในใจของลูกค้า และแน่นอนจะกระทบกับความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการของบริษัทอย่างแน่นอน

เอาจริงๆ โลกการตลาดของทุกวันนี้ เราว่ายังอยู่ยุค Marketing 2.0 เป็นส่วนมาก คือ การตลาดที่เน้นไปที่ลูกค้า (Customer Centric) ซึ่งให้ความสำคัญในการจัดการกับความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของลูกค้าในการที่จะดำเนินธุรกิจและสร้างผลประกอบการของบริษัทให้แข็งแรงอยู่นั้น เรายังต้อง Focus อยู่ที่ Marketing 2.0 อยู่ อย่าเพิ่งล่วงเลยไปถึง Marketing 3.0 เลย (Marketing 3.0 คือ การทำการตลาดที่เน้นในแนวทาง Sustainable Marketing)

พูดถึงเรื่อง Customer Centric ซึ่งตรงกับข้อมูลของ MIT Slone Management Review ก็ได้พูดถึงเรื่องการ Focus ที่ลูกค้า ในแง่มุมของการตั้งราคาสินค้าว่าการตั้งราคาสินค้าและบริการในยุคดิจิทัลจะเริ่มขยับจาก Company-imposed (บริษัทเป็นคนวางโครงสร้าง) เข้าหา Customer-imposed (ลูกค้าเป็นคนวางโครงสร้าง) มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้บริษัทต้องดูว่าราคาที่ลูกค้าอยากจะจ่ายเป็นเท่าไหร่ แล้วทำราคาให้เหมาะสมผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ในการตั้งราคาสินค้า

เราคงเลี่ยงไม่ได้ว่า ในยุคดิจิทัลนี้ลูกค้าเป็นใหญ่จริงๆ อย่างเราเองก็ถือเอาช่วงเทศกาลสีชมพูนี่แหละมา Rebranding และก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลจริงๆ คุณผู้อ่านอาจจะรู้สึกว่าช้าไปหรือเปล่า แต่ในอุตสาหกรรมที่เราอยู่ต้องบอกว่า ทำเร็วกว่านี้ สัก 2-3 ปีที่แล้ว อาจจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า เพราะกลุ่มเป้าหมายของเรายังไม่ดิจิทัลขนาดนั้น

Jubilee Diamond ได้หันมารุกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ที่ปล่อยทั้งคลิป เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ รวมทั้งยังมีไลน์ แอคเคาต์ที่สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์การอัพเดทข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคในคราวเดียวกัน ถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของวงการเพชรและเครื่องประดับในเมืองไทย

แนวทางการ Rebranding ของ Jubilee นั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังคงยึดหลัก Customer Centric ไว้อย่างเหนียวแน่น โดยได้ศึกษาเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อนำมาพัฒนากลยุทธ์ให้เข้าถึง Insight ของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลการศึกษาพบว่า “คนส่วนมากมักตีค่าของเพชรที่มูลค่าเป็นหลัก หากแต่แท้จริงแล้วคุณค่าของเพชรมีมูลค่าทางจิตใจมากกว่าแค่เพียงเรื่องของราคา” เพชรจึงเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มคุณค่าทางจิตใจให้แก่ผู้ที่ได้รับหรือผู้ที่สวมใส่ และยังช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของคู่รักได้อย่างเด่นชัดมากที่สุด

ดังนั้น Jubilee จึงได้เริ่มออกแคมเปญ “แทนคำบอกรักในทุกๆ วัน” ออกมา นอกจากในแง่ของการทำแบรนดิ้งแล้ว Jubilee ยังได้มีการปรับ Segment ของตัวสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่ ปรับดีไซน์ให้โดดเด่นไม่เหมือนใคร สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ