posttoday
Start up สตาร์ทอัพ อนาคตเศรษฐกิจไทย

Start up สตาร์ทอัพ อนาคตเศรษฐกิจไทย

16 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...บุญสน เจนชัยมหกุล

โดย...บุญสน เจนชัยมหกุล

ธุรกิจเริ่มต้น หรือสตาร์ทอัพ น่าจะเป็นคำฮิตที่สุดในประเทศไทยเวลานี้ ทุกภาคส่วนกำลังมุ่งสู่การสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจที่มั่งคงของประเทศผ่านหลากหลายโครงการเพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เป็นแค่ความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นธุรกิจ หรือเรียกอย่างสั้นๆ ว่า สตาร์ทอัพ เรากำลังร่วมกันผลักดันให้รถไฟขบวนนี้เคลื่อนไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคง และร่วมกันส่งกำลังใจให้รถไฟขบวนนี้เคลื่อนไปได้ให้ไกลที่สุด เพราะนั่นหมายความถึงอนาคตของประเทศไทย

สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ คนรุ่นใหม่ไม่ชอบถูกจำกัดภายใต้กรอบความคิดและการทำงานที่เข้มงวด ทำให้เลือกที่จะประกอบอาชีพอิสระมากกว่ายอมที่จะเป็นพนักงานในบริษัทเอกชนสภาพการจ้างงานที่มั่นคงแต่อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดอย่างหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจยิ่งไม่ต้องพูดถึง หลายคนคิดว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเองไม่ได้เป็นสิ่งที่ยากเกินกำลังเรามักจะพูดกันว่าเด็กหลายคนพอใช้แมคบุ๊กและไอโฟนแล้วก็คิดไปว่าจะเป็นอย่างสตีฟ จ็อบส์ได้ แต่ขาดการลงรายละเอียดว่าส่วนสำคัญของสตีฟคือ การค้นหาตัวเองจากประสบการณ์ทำงานที่บริษัท อาตาริ และไปศึกษาพุทธศาสนาที่อินเดีย

ธุรกิจสตาร์ทอัพที่โด่งดังที่สุดเวลานี้คงหนีไม่พ้น แอร์บีเอ็นบี (Airbnb) ที่เปลี่ยนโฉมการจองโรงแรมเป็นการจองห้องพักที่ทุกคนสามารถเป็นผู้ให้บริการห้องพักได้โดยไม่ต้องประกอบกิจการโรงแรม จากจุดเริ่มเพียงเล็กๆ กลายเป็นธุรกิจที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวสามารถหาห้องพักราคาเหมาะสมจากทั่วทุกมุมโลก และความแตกต่างคือมุมมองของการสัมผัสความเป็นอยู่ของท้องถิ่น ทานอาหารเช้าง่ายๆ กับเจ้าของที่พัก ซึ่งมักจะให้เวลาในการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว หรือบางวันอาจทำหน้าที่เป็นไกด์เสียเอง เมื่อกลับถึงบ้านนักท่องเที่ยวหลายคนก็จะเขียนบอกเล่าถึงความประทับใจ สร้างแรงกระตุ้นให้อีกหลายคนอยากมาลองสัมผัสประสบการณ์ในรูปแบบคล้ายคลึงกัน

ธุรกิจนี้เริ่มต้นอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อชายหนุ่ม 2 คนในเมืองซานฟรานซิสโก เข้าสู่จุดวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถจ่ายค่าเช่าห้องพักได้ จึงหาทางออกโดยการให้เช่าที่นอนเป่าลม (Air Mattress) จำนวน 3 อันในห้องโถง รวมอาหารเช้าแบบง่ายๆ โดยก่อตั้งเว็บ airbedandbreakfast.com พร้อมทั้งเขียนบล็อก (Blog) และแผนที่ของห้องพัก และเหนือกว่าความคาดหมายเมื่อมีผู้ลูกค้า 3 รายมอบรายได้ก้อนแรกเป็นเงิน 80 เหรียญสหรัฐ/ราย เมื่อผ่านพ้นวิกฤตการเงินในช่วงนั้นแล้วไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ได้คิดต่อยอดเป็นธุรกิจด้วยการเชิญหุ้นส่วนเข้ามาร่วมธุรกิจและหุ้นส่วนที่เลือกคือรูมเมทที่เคยอยู่ร่วมในห้องพักนั้นด้วยกันซึ่งรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี แต่ก่อนที่จะประสบความสำเร็จจนธุรกิจนี้ประเมินล่าสุดได้สูงถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ คือจะทำรายได้จากธุรกิจนี้ได้อย่างไร

มีผู้เคยให้กรอบความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ตอัพไว้อย่างง่ายๆ คือ ต้องมองเห็นโลกอนาคต หรืออย่างน้อยที่สุดยุคสมัยที่ล้ำกว่าและมองเห็นสิ่งที่ขาดอยู่ในโลกปัจจุบันตามด้วยการทดสอบสิ่งประดิษฐ์หรือสินค้านี้กับผู้ใช้อย่างน้อย 100 คน และสำคัญที่สุด คือ เมื่อทำผลิตหรือเปิดให้บริการแล้ว ลูกค้าจะต้องกลับมาใช้บริการอีก

มิใช่ประเทศไทยเท่านั้นที่เน้นเรื่องนี้จนเป็นวาระแห่งชาติ หลายประเทศเน้นการวางรากฐานของสตาร์ทอัพ ด้วยการสร้างบุคลากรที่มีกระบวนความคิดอย่างเป็นระบบ และปัจจัยพื้นฐานที่ขาดเสียมิได้คือกำจัดการผูกขาด หลังจากที่เราเริ่มต้นด้วยการสนับสนุนด้านการเงินและความรู้แล้ว เชื่อว่าองค์ประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นจะค่อยๆ เกิดขึ้นเพื่อสร้างการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ