posttoday
ภาพการลงทุนเริ่มกลับทิศ??

ภาพการลงทุนเริ่มกลับทิศ??

16 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐได้มีความเคลื่อนไหวจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงยืนยันแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ต่อไป ขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในการชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นมากในปัจจุบันเทียบกับการประชุม Fed ในเดือน ธ.ค. และหลังจากที่มีเหตุการณ์ความผันผวนในตลาดหุ้นยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบไปยังตลาดหุ้นสหรัฐ โดยตลาดคาดว่าในปีนี้ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยได้เพียง 0.50% ในปี 2016

หากมองในแง่ของการลงทุนในปีนี้ ผลตอบแทนจากการลงทุนเริ่มกลับทิศกัน ซึ่งกลุ่มตลาดใหม่ (Emerging Market) เช่น กลุ่ม TIPMarket ณ วันที่ 5 ก.พ. 2559 พบว่า ตลาดหุ้นอินโดนีเซียให้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ โดยเพิ่มขึ้น 4.48% รองลงมาหุ้นไทย เพิ่มขึ้น 1.42% ซึ่งผมมองว่า นี่อาจเริ่มเป็นสัญญาณว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาให้ความสนใจตลาดหุ้นในแถบบ้านเราแล้วหรือไม่ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป

อย่างไรก็ดี การที่เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย การใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่นจะผลักดันให้กระแสเงินมีโอกาสไหลกลับมาในแถบบ้านเราไม่มากก็น้อย SET Index น่าจะมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,450 จุดได้ แต่จะไปได้มากแค่ไหน นอกจากเงินทุนของต่างชาติแล้วขึ้นอยู่กับแรงผลักดันของมาตรการภาครัฐภายในประเทศที่เป็นรูปธรรม อาทิ การลงทุนขนาดใหญ่ที่ทุกคนตั้งตารอ หากทำได้จริงจะสามารถผลักดันให้นักลงทุนไทยและต่างชาติหันกลับมาสนใจมากขึ้นแน่นอน

แม้ว่าภาพการลงทุนในตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (Develop Market) จะมีความผันผวนจากความกังวลที่เกิดขึ้นจากหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในตลาดยูโรโซน แต่ไม่ได้หมายความว่า DM จะหมดความน่าสนใจ เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นใหม่ ที่ผ่านมากลุ่มประเทศยูโรโซนมีปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจมาตลอด เพียงแต่ช่วงนี้มีเรื่องราคาน้ำมันดิบเป็นตัวแปรใหม่ นักลงทุนจึงให้ความสนใจมากขึ้น ประกอบกับที่ผ่านมา ธนาคารกลางยุโรปมีความพยายามต่อเนื่องที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มองว่าปัญหาที่นักลงทุนกังวลกับสถานการณ์ตลาดยุโรปในขณะนี้จะไม่ลุกลามจนเป็นวิกฤตเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซนครั้งใหม่ แต่จะเป็นภาพความกังวลของผู้ลงทุนที่ต้องติดตามมากขึ้นสำหรับการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มยูโรโซน

ด้านคำแนะนำการลงทุน ผมยังให้ความสำคัญกับการกระจายลงทุน โดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่น ยังมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน โดยคงคำแนะนำลงทุนในประเทศ 50% แบ่งเป็นหุ้นไทย 20% กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 20% และอีก 10% ตราสารหนี้และคงน้ำหนักลงทุนต่างประเทศ 50% ในหุ้นต่างประเทศ 20-25% ในกลุ่มยูโรโซน ญี่ปุ่นและอาเซียน กองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REIT ทั่วโลก 20% และตราสารหนี้ต่างประเทศ 5-10%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ