
LPNลุ้นกำไรโต10%
LPN มั่นใจกำไรปีนี้โตตามรายได้ 10-15% อัตรากำไรสุทธิ 14.5% เท่าปีก่อน เปิด 10 โครงการใหม่
LPN มั่นใจกำไรปีนี้โตตามรายได้ 10-15% อัตรากำไรสุทธิ 14.5% เท่าปีก่อน เปิด 10 โครงการใหม่
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรในปี 2559 จะเติบโตในทิศทางเดียวกับเป้าหมายรายได้รวมที่ประมาณ 1.76 หมื่นล้านบาท เติบโต 10-15% จากปี 2558 รายได้หลักจะมาจากการทยอยรับรู้จากยอดขายรอการโอนที่มีมูลค่าประมาณ 1.23 หมื่นล้านบาท ส่วนอัตรากำไรคาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ 14.5% และอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 30%
“ในปีนี้เรายังเน้นการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ และดูแลไม่ให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนต้นทุนการก่อสร้างยอมรับว่าจะยังไม่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันเพราะยังมีความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้ต้นทุนเหล็กเริ่มสูงขึ้น” นายโอภาส กล่าว
ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรกคาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 1.20 หมื่นล้านบาท หรือ 68% ของรายได้ทั้งปีนี้ จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ระยะสั้นของรัฐบาลที่ออกมาในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา และจะหมดอายุในสิ้นเดือน เม.ย. 2559 จึงเร่งการโอนมากขึ้น รวมถึงแผนการเปิดโครงการใหม่ด้วย 10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1.76 หมื่นล้านบาท และในปีนี้บริษัทมีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่คอนโดมิเนียมขนาด 30 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้องนอน คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1.76 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบันมีโครงการในมือมูลค่ารวม 2.50 หมื่นล้านบาท และการเปิดโครงการใหม่มากขึ้น แม้เศรษฐกิจยังชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก แต่เพื่อเตรียมยอดขายรอโอนเป็นรายได้ในปี 2560 บริษัทยังตั้งเป้าจะเติบโตประมาณ 10-15% โดยใช้งบซื้อดินรองรับโครงการใหม่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2558 มองตลาดอยู่ในวงจรขาลงจึงลดการเปิดโครงการใหม่เพียง 4 โครงการ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่จะเปิด 10 โครงการ
“รัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นช่วยฝั่งผู้ซื้อมากกว่าผู้พัฒนาโครงการ เช่น มาตรการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ รวมถึงมาตรการทำให้ผู้กู้มั่นใจว่าผู้ยื่นขอกู้จะกู้ผ่านแน่นอน ซึ่งลูกค้าของบริษัทมีแนวโน้มปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้นจากปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 6-7% เราจะให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ยื่นขอกู้ เพราะการปิดการขายลูกค้าต่อรายมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดราว 1.5 หมื่นบาท/ราย” นายโอภาส กล่าว
ขณะเดียวกัน แนวโน้มขอสินเชื่อของบริษัทเพื่อนำมาลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในปีนี้ มั่นใจว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินอย่างดี เพราะอันดับเครดิตที่ดีและธนาคารพร้อมให้ความสนับสนุนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่
บริษัท บางกอกแลนด์ (BLAND) เปิดเผยผลงานงวดไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2558 มีกำไรสุทธิเพียง 288 ล้านบาท รูดลง 504 ล้านบาท หรือคิดเป็นถึง 63% จากกำไรสุทธิ 792 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รวม 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 3,694 ล้านบาท พุ่งขึ้น 3,066 ล้านบาท ถึง 488% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิ 628 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน
สำหรับกำไรสุทธิที่ลดลงเพราะในไตรมาสนี้ไม่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 81 ล้านบาท เหมือนไตรมาส 3 ปีก่อน และกำไรจากการตีราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 195 ล้านบาท ลดลงจำนวน 629 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรส่วนนี้ 824 ล้านบาท
ขณะที่รายได้จากการขายดีขึ้น 183% เป็น 522 ล้านบาท แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงมาก จาก 60.3% เหลือ 15.7% สาเหตุที่ลดลง 26.1% จากการโอนที่เพิ่มขึ้นของที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาที่ถนนศรีนครินทร์ ส่วนอิมแพ็คมีรายได้เพิ่มขึ้น 140 ล้านบาท หรือ 15.5% เป็น 1,044 ล้านบาท







