
Carbanak เจาะระบบ สูบเงินธนาคาร
โดย...บับเบิล บี
โดย...บับเบิล บี
แคสเปอร์สกี้ แลป ได้ประกาศว่า Carbanak กลับมาคุกคามและโจมตีอีกครั้งในชื่อ Carbanak 2.0 โดยกลุ่มโจรไซเบอร์ได้ปฏิบัติการเน้นการสอดแนมและโจมตีองค์กรการเงินหรือสถาบันธนาคารในรูปแบบซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายและขโมยเงินจากองค์กรโดยตรง
เซอร์เกย์ โกโลวานอฟ นักวิจัยด้านความปลอดภัย ทีมวิเคราะห์และวิจัย แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า กลุ่มภัยไซเบอร์ที่เรียกว่า Metal มีกลวิธีในการโจมตีด้วยการเข้าไปควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในธนาคารที่สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้ เช่น ฝ่ายคอลเซ็นเตอร์ หรือฝ่ายดูแลด้านเทคนิค เพื่อยกเลิกคำสั่งในการทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มแบบอัตโนมัติ
“การยกเลิกคำสั่งจะแสดงยอดเงินในบัตรเดบิตให้คงเหลือเท่าเดิม แม้ว่าจะมีธุรกรรมเกิดขึ้นที่ตู้เอทีเอ็ม เช่น ในรัสเซียกลุ่มโจรไซเบอร์จะขับรถไปทั่วเมืองเพื่อปล้นเงินจากตู้เอทีเอ็มแบบใช้บัตรเดบิตซ้ำไปซ้ำมาทั้งคืน ในระยะเวลาที่สั้นลงเรื่อยๆ และใช้เวลาเพียงไม่กี่วันที่จะขโมยสิ่งที่ต้องการและจากไป”
ส่วนกลุ่ม GCMAN ล้ำหน้ากว่าและโจมตีองค์กรได้โดยไม่ต้องใช้มัลแวร์เลยสักตัว โดยจะใช้เพียงเครื่องมือการทดสอบแบบถูกกฎหมายเท่านั้น หากการเคลื่อนย้ายผ่านเน็ตเวิร์กจนถึงเครื่องที่จะใช้เป็นจุดโอนเงินไปจนถึงบริการออนไลน์อื่นๆ ระบบธนาคารจะไม่แจ้งเตือน โดยจะค่อยๆ โอนเงินไปยังปลายทางอย่างต่อเนื่องและไม่เปิดเผยทุกๆ นาที ซึ่งจะไม่ปรากฏการโจรกรรมไปยังระบบส่วนอื่นของธนาคารอีกด้วย
และสุดท้ายกลุ่ม Carbanak 2.0 เป็นการโจมตีด้วยภัยคุกคามต่อเนื่องขั้นสูง หรือ APT ที่ใช้เครื่องมือและเทคนิคต่างๆ เหมือนกับ Carbanak ชุดแรก แต่ต่างกันที่ประเภทของเหยื่อและวิธีการในการปล้นเงินที่ล้ำหน้ากว่า ซึ่งเป้าหมายของภัยไซเบอร์กลุ่มนี้ไม่ได้มีแค่ธนาคาร แต่รวมถึงแผนกต่างๆ ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณและบัญชีขององค์กรด้วยการเข้าถึงสถาบันการเงินของเจ้าของบริษัทขนาดใหญ่ ผู้ถือหุ้นที่ประกอบด้วยบัตรประชาชน โดยเจาะเข้าไปในดาต้าเบสที่มีข้อมูลเจ้าของบัญชี
ทีมไอทีในหน่วยงานสถาบันการเงินต่างๆ ควรเร่งหาทางป้องกันและวางแผนระบบอย่างปลอดภัย เพื่อให้สามารถค้นหาร่องรอยกลุ่มโจรไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงทีและป้องกันภัยที่อาจจะเกิดกับเน็ตเวิร์กขององค์กรได้







