
กฟผ.แจงศึกษาผลกระทบโรงไฟฟ้าเทพา รอบด้าน
โฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ แจงศึกษาผลกระทบสร้างโรงไฟฟ้าเทพารอบด้าน ย้ำมีความจำเป็นเพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในระบบไฟฟ้าภาคใต้
โฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ แจงศึกษาผลกระทบสร้างโรงไฟฟ้าเทพารอบด้าน ย้ำมีความจำเป็นเพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในระบบไฟฟ้าภาคใต้
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม ในฐานะโฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา ว่าปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ให้ คชก. พิจารณา ซึ่ง กฟผ. พร้อมเดินหน้าโรงไฟฟ้าเทพา ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015) เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าภาคใต้
ทั้งนี้ได้นำกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลักในการดำเนินงานทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระยะก่อนก่อสร้าง โดยรับฟังข้อวิกตกกังวลของชุมชน เพื่อประกอบการออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมถึงประเด็นข้อกังวล นำไปประกอบในรายงาน EHIA ระหว่างการก่อสร้าง และระยะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า โดยจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานโครงการ ดูแลปัญหา และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน โดยคณะกรรมการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากภาคประชาชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ทำหน้าที่ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
ทาง กฟผ. มีแนวคิดให้โครงการโรงไฟฟ้าเทพา เป็นโรงไฟฟ้าของชุมชนอย่างแท้จริง และได้ดำเนินโครงการฯ อย่างถูกต้อง ครบถ้วนทุกขั้นตอน ทั้งด้านการดำเนินงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ ได้ทำการศึกษาฯมากกว่าที่สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม(สผ.)กำหนดไว้ให้ศึกษาผลกระทบขั้นต่ำรัศมี 5 กิโลเมตร(กม.)ครอบคลุมถึงพื้นที่ จ.ปัตตานี เช่น การศึกษาคุณภาพอากาศ ศึกษาครอบคลุมพื้นที่กว้าง 30 กม.ยาว 30 กม. หรือคิดเป็นพื้นที่ 900 ตารางกิโลเมตร(ตร.กม.)
สำหรับการรับฟังความคิดเห็นประชาชนนั้น กฟผ. ได้เน้นในพื้นที่รัศมี 5 กม. รอบโครงการโรงไฟฟ้าเทพา แต่ก็เปิดโอกาสให้ชุมชนพื้นที่อื่น ๆ ที่มีความสนใจโครงการเข้ารับฟังความคิดเห็นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กฟผ. ได้สื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ เช่น ลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับชุมชน ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ข้อมูลในพื้นที่ และการสื่อสารผ่านสื่อมวลชน เช่น วิทยุชุมชน เป็นต้
สำหรับขั้นตอนจัดทำรายงาน EHIA ของโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ที่ผ่านมามีการสำรวจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง 3 ครั้ง(ค.1, ค.2, ค.3) ครอบคลุุมพื้นที่ศึกษา 7 ตำบลของ อ.เทพา ได้แก่ ต.ปากบาง ต.สะกอม ต.วังใหญ่ ต.ท่าม่วง ต.ลำไพล ต.เกาะสะบ้า และ ต.เทพา ซึ่งการรับฟังความเห็นค.3
นอกจากมีประชาชนในพื้นที่รัศมี 5 กม. เข้าร่วมแล้ว ยังมีประชาชนจาก จ.ปัตตานี เข้าร่วมรับฟังจำนวน 31 คน พร้อมได้แสดงความคิดเห็นในเวทีรับฟัง จำนวน 2 คน คือ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ นายประยุทธ อาแว ประชาชน ในพื้นที่หมู่ 2 ต.ท่าเรือ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
นายสหรัฐ กล่าวว่า การดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าเทพา และโครงการท่าเทียบเรือของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เป็นโครงการที่มีความจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในระบบไฟฟ้าภาคใต้ ซึ่งการมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่จะช่วยควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้สามารถส่งไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในภาคใต้ได้อย่างมีคุณภาพ ลดความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ วาตภัย การหยุดซ่อมตามแผนของแหล่งก๊าซธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ของ กฟผ. ทุกขั้นตอน ยังคงให้ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ เพื่อต้องการให้เป็นโรงไฟฟ้าของชุมชนอย่างแท้จริง







