
พลวัตกระแสเงินโลกป่วน
ตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกปั่นป่วนอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดพลวัตการโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยที่เป็นกระแสรุนแรงมาก นอกจากการโยกเข้าทองคำจนทำให้ราคาพุ่งพรวดกว่า 7.5% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมาแล้ว ยังเห็นกระแสเงินเข้ายังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จน US 10 Year Bond Yield ปรับลงสู่จุดต่ำสุดในรอบปีที่ 1.63% สวนทางกับการขาย USD ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลทำให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงินในสกุลอื่นๆ อย่างสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเงินเยน ล่าสุดแข็งค่ามาอยู่ที่ 112 เยน/เหรียญสหรัฐ โดยเงินส่วนใหญ่มุ่งเข้าหาพันธบัตรรัฐบาลของญี่ปุ่น จนทำให้เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 JP 10 Year Bond Yield ติดลบ 0.025% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลตอบแทนพันธบัตรติดลบ (ล่าสุดอยู่ที่ลบ 0.014%) น่าจะมาจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นใช้ดอกเบี้ยติดลบ 0.1% เมื่อวันที่ 29 ม.ค. และมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายเพิ่มเติม ภาพของกระแสเงินที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย สวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างดัชนีนิกเกอิ ถูกแรงขายอย่างหนักจนร่วงกว่า 5.4%
ตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกปั่นป่วนอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดพลวัตการโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยที่เป็นกระแสรุนแรงมาก นอกจากการโยกเข้าทองคำจนทำให้ราคาพุ่งพรวดกว่า 7.5% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมาแล้ว ยังเห็นกระแสเงินเข้ายังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จน US 10 Year Bond Yield ปรับลงสู่จุดต่ำสุดในรอบปีที่ 1.63% สวนทางกับการขาย USD ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลทำให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงินในสกุลอื่นๆ อย่างสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเงินเยน ล่าสุดแข็งค่ามาอยู่ที่ 112 เยน/เหรียญสหรัฐ โดยเงินส่วนใหญ่มุ่งเข้าหาพันธบัตรรัฐบาลของญี่ปุ่น จนทำให้เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 JP 10 Year Bond Yield ติดลบ 0.025% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลตอบแทนพันธบัตรติดลบ (ล่าสุดอยู่ที่ลบ 0.014%) น่าจะมาจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นใช้ดอกเบี้ยติดลบ 0.1% เมื่อวันที่ 29 ม.ค. และมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายเพิ่มเติม ภาพของกระแสเงินที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย สวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างดัชนีนิกเกอิ ถูกแรงขายอย่างหนักจนร่วงกว่า 5.4%
JP 10 Year Bond Yield ที่ติดลบเป็นการสะท้อนถึง Over Demand ต่อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อพันธบัตรมีไม่เพียงพอ คาดว่าจะเอื้อให้เกิด Yen Carry Trade เม็ดเงินบางส่วนต้องออกจากญี่ปุ่น ไปแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ เช่น ทองคำ หรือพันธบัตรต่างประเทศ ซึ่งไทยน่าจะเป็นหนึ่งในเป้าหมาย โดยจะเห็นได้จากการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ใน 11 จาก 13 วันทำการล่าสุดกว่า 6 หมื่นล้าน
ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วน โดยเฉพาะ Developed Market ทิ้งดิ่งภายหลังธนาคารกลางสวีเดนประกาศใช้อัตราดอกติดลบเพิ่มจากลบ 0.35% เป็นลบ 0.50% ทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะกดดันให้ธนาคารกลางอื่นๆ และธนาคารกลางยุโรปต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นผลลบโดยตรงต่อบรรดาธนาคารพาณิชย์ จึงเป็นเหตุให้เกิดแรงขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินทั้งยุโรปและสหรัฐ
Developed Market ทรุดหนัก อาจส่งผลลบในเชิง Sentiment มาถึง Emerging Market โดยการปรับร่วงของ SET Index ในช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2559 คาดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากสภาวะตกใจต่อการร่วงรุนแรงของตลาดหุ้นยุโรป และอีกสาเหตุคือการขายของบัญชีซื้อขายเพื่อ บล.กว่า 2,300 ล้านบาท ซึ่งหลักๆ น่าจะเป็นการขายตัดขาดทุนของนักลงทุนที่ลงทุน Single Stocks Futures ผ่าน Block Trade จึงทำให้ดัชนีลงรุนแรงมากเกินไป
ภาพการเคลื่อนไหวของกระแสเงินยังไม่เห็นสัญญาณการไหลออก เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องล่าสุดมาอยู่ที่ 35.23 บาท นักลงทุนต่างประเทศยังคงขนเงินเข้าตราสารหนี้อีก 2,200 ล้านบาท ซื้อสุทธิในระยะสั้นกว่า 3,200 ล้านบาท ส่วน SET น่าจะลงตามสภาวะตกใจเพียงแค่ช่วงระยะสั้น โอกาสที่จะฟื้นตัวในวันนี้ จึงมีสูงอยู่พอสมควร แต่วิเคราะห์ทางเทคนิค ดัชนีจะมีฐานทดสอบ 1,275 จุด เป็นระดับช่วยตัดสินใจ หากหลุดจะเป็นการชี้นำถึง 1,260 จุด และ 1,250 จุด







