posttoday
เกรดธนาคารกำลังจะขึ้น

เกรดธนาคารกำลังจะขึ้น

29 กรกฎาคม 2553

....บล.ธนชาติ

ผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวทำให้กลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มธุรกิจที่อิงการเติบโตของธุรกิจในประเทศได้รับผลดีตามไปด้วย ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการมูลค่าหุ้นของธนาคารขึ้น

ธนาคารพาณิชย์เข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ ซึ่งเป็นรอบที่ธนาคารไทยมีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถทัดเทียมกับคู่แข่งในภูมิภาค โดยรายได้ค่าธรรมเนียมไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ผลักดันการเติบโตเพียงอีกต่อไป เพราะสินเชื่อที่ดีขึ้นและรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ขยายตัว

ดังนั้น บล.ธนชาต จึงปรับคำแนะนำกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” โดยมีธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เป็นหุ้นที่แนะนำให้ลงทุนสูงสุดและมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปได้อีก

KBANK ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่งและได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมากที่สุด การลงทุนของภาคเอกชนที่ดีขึ้นน่าจะช่วยปลดล็อก BBL ให้สามารถซื้อขายในมูลค่าที่สูงขึ้นได้ โดยเห็นโอกาสที่ BBL จะได้ถูกปรับประมาณการขึ้นและปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ”

ขณะที่ BAY ได้ประโยชน์จากทั้งเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและมีกำไรที่แตะระดับต่ำสุดแล้ว นอกจากจะได้ประโยชน์จากการบริโภคของไทยที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการตั้งสำรองยังลดลง เพราะกระบวนการที่ทำให้ธนาคารมีธุรกิจครบวงจรใกล้เสร็จสมบูรณ์ด้วยมีคุณภาพสินทรัพย์และงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

บล.ธนชาต เชื่อว่าปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยสมควรได้รับการปรับราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ คิดเป็นสัดส่วนราคาต่อมูลค่าบัญชี (P/BV) ที่ 1.70 เท่า สูงกว่า P/BV เฉลี่ยในรอบ 5 ปี และใกล้เคียงกับคู่แข่งในภูมิภาค เนื่องจาก

ประการแรก หลังจากที่เศรษฐกิจถอยหลังไป 10 ปี ปัจจุบันโครงสร้างเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม และเป็นค่าเฉลี่ยความเสี่ยง (RiskAverse) น้อยลง ทำให้ธนาคารเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวนี้ และน่าจะถูกปรับขึ้นตามดัชนีหุ้นไทย

ประการที่สอง ธนาคารได้เตรียมโครงสร้างพร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปมาแล้วหลายปี ซึ่งการเติบโตในรอบนี้น่าจะมีอัตราเร่งดี ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ของกลุ่มเพิ่มขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 13%

ประการที่สาม ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2553 เป็นต้นไป จะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ธนาคารพาณิชย์ไทยมีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถเทียบเท่ากับคู่แข่งในภูมิภาคได้ ทั้งในแง่สินเชื่อ กำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และคุณภาพสินทรัพย์เข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ ธนาคารพาณิชย์ไทยเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ จากการมีปัจจัยผลักดันกำไรในทุกส่วนที่ดี และมีอัตราส่วนทางการเงินที่ดีเช่นกัน เราคาดว่ากำไรของกลุ่มจะเติบโตแข็งแกร่งที่ 18% ต่อปี

ขณะที่ ROE จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14% ในปี 2555 โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ

ประการแรก มีอำนาจต่อรองที่กลับคืนมา จากอัตราดอกเบี้ยที่เข้าสู่ช่วงขาขึ้น และสินเชื่อที่มีแนวโน้มดีขึ้น

ประการที่สอง การใช้สภาพคล่องส่วนเกินที่ดีขึ้น

ประการที่สาม รายได้ค่าธรรมเนียม ในทุกบริการเพิ่มขึ้น จากกิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น และไลฟ์สไตล์คนไทยที่เปลี่ยนไปกลายเป็นเมืองมากขึ้น

ประการที่สี่ การปรับระดับการตั้งสำรองสิ้นสุดลง มีมุมมองเป็นบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธนาคารมากขึ้น

นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ปรับประมาณการกำไรของกลุ่มธนาคารขึ้นราว 8% สำหรับปีหน้า ในปี 2555 อีก 11% และ 14% ในปี 2556เนื่องจาก

ประการแรก ปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของสินเชื่อของกลุ่มขึ้น 1.3% 1.7% และ 1.2% ตามลำดับ

ประการที่สอง ปรับเพิ่ม NIM ขึ้นโดยเฉลี่ย 0.06%

ประการที่สาม ปรับเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมขึ้นราว 2% สำหรับปี 25542557

ประการที่สี่ ปรับลดระดับการตั้งสำรองโดยเฉลี่ยลง 8%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ