
K-AECมาตามนัด
บลจ.กสิกรไทย ชี้ตลาดอาเซียนร่วง ได้จังหวะลงทุนหุ้นเออีซี มั่นใจอนาคตดี
บลจ.กสิกรไทย ชี้ตลาดอาเซียนร่วง ได้จังหวะลงทุนหุ้นเออีซี มั่นใจอนาคตดี
น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า วันที่ 15-19 ก.พ. 2559 จะเปิดขายกองทุนเค อาเซียน อีโคโนมิค คอมมูนิตี้ หุ้นทุน (K-AEC) ที่เน้นลงทุนหุ้นในภูมิภาคอาเซียน ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่เกิน 30 บริษัท ที่มีสภาพคล่องและศักยภาพในการเติบโตสูงของ 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
“ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน เนื่องจากระดับราคาหุ้นในภูมิภาคอาเซียนได้ปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจโดยอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2559 ปรับลงมาอยู่ระหว่าง 11.56-15.29 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งอยู่ที่ 11.82-17.45 เท่า ขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนมีอัตราเติบโต 9-16% ซึ่งสูงกว่าปีก่อน” น.ส.ธิดาศิริ กล่าว
นอกจากนี้ ยังช่วยกระจายการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี โดยการศึกษาข้อมูลในอดีต 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2549-2558 พบว่าการลงทุนในดัชนีหุ้นของ 4 ประเทศในอาเซียนในสัดส่วนที่เท่ากัน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย สามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 14.71% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในดัชนีตลาดหุ้นไทยเพียงอย่างเดียว ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10.74% ต่อปี
ทั้งนี้ ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุนไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจ แต่ในประเทศไทยอาจไม่มีศักยภาพในการแข่งขันในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น เนื่องด้วยข้อจำกัดต่างๆ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิประเทศ หรือทักษะของแรงงาน
น.ส.ธิดาศิริ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยไอเอ็มเอฟคาดว่าปี 2559 กลุ่มประเทศอาเซียนเติบโตได้ 4.9% และการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจทำให้มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันกว่า 2.47 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก
“ขณะที่มูลค่าตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบันรวมทั้งกลุ่มคิดเป็นเพียง 3% ของตลาดโลก ทำให้ตลาดหุ้นในอาเซียนยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก” น.ส.ธิดาศิริ กล่าว
ด้าน บลจ.กสิกรไทย ส่งทีมเข้าไปศึกษาและวิเคราะห์หุ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนมากว่า 2 ปีแล้ว โดยมีการวิเคราะห์หุ้นเชิงลึกกว่า 150 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของมูลค่าตลาดในแต่ละประเทศ







