
ความหวังใหม่... พรบ.หลักประกันทางธุรกิจ
โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล
โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล
เริ่มปีมีข่าวดีให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาเรื่อยๆ เลยนะครับ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 จะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 ก.ค.นี้แล้ว นับเป็นอีกข่าวดีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ท่านผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยทรัพย์สินที่หลากหลายนำมาเป็นหลักประกันที่ไม่ใช่แค่เพียงอสังหาริมทรัพย์ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ผมขอนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นเพื่อปูพื้นฐานให้ทุกท่านได้เตรียมตัวกันครับ
ปัญหาหลักของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินต่างๆ คือ หลักประกัน ซึ่งที่ผ่านมาสถาบันการเงินหรือธนาคารต่างๆ ก็จะขออสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่อยู่อาศัย ที่ดิน โรงงาน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ มาเป็นหลักประกันเงินกู้สินเชื่อ และเมื่อผ่านไประยะหนึ่งที่ธุรกิจของท่านเริ่มเติบโตถึงจุดที่จะก้าวไปอีกขั้นก็ย่อมต้องมีการลงทุนธุรกิจเพิ่มเติม ย่อมหมายความว่าท่านต้องการเงินทุนเพิ่มและก็ไม่พ้นที่จะต้องกู้ขอสินเชื่อเพิ่มเติมกับสถาบันการเงินอีก
แต่ปัญหาคือหลักประกันอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายที่มีอยู่นั้นติดอยู่กับวงเงินสินเชื่อที่ขอไว้เดิม สิ่งที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินช่วยท่านได้ คือ การประเมินวงเงินใหม่จากหลักประกันเดิมที่มีอยู่กับธนาคาร ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้น พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจฉบับล่าสุดนี้ได้ออกมาเพื่อตอบโจทย์และรองรับหลักประกันอย่างทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอื่นๆ ได้แก่ กิจการ สิทธิเรียกร้องทุกประเภท เช่น ลูกหนี้การค้า สิทธิเรียกร้องการรับเงิน สิทธิการเช่า สังหาริมทรัพย์ เช่น เครื่องจักร สินค้าคงคลัง วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น
ข้อดีที่ท่านผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับ คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มากขึ้น มีเสถียรภาพทางการเงินดีขึ้น ทั้งเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจที่เพิ่มขึ้นและความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น
ทีนี้ถึงเวลาที่ท่านผู้ประกอบการที่มีแผนการลงทุนหรือต้องการเงินทุนเพิ่มเติมให้กลับไปสำรวจดูว่ามีทรัพย์สินอะไรอยู่ในมือบ้างที่สามารถนำมาเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อได้ อีกทั้งควรศึกษาเพิ่มเติมถึงหลักเกณฑ์ ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำสัญญา พร้อมทั้งปรึกษาเจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคาร เพื่อที่ธุรกิจจะได้เติบโตไปข้างหน้าได้ตรงตามที่วางแผนไว้ครับ







