
อาสาเพื่อสิ่งแวดล้อม
หนึ่งในการดำเนินกิจกรรมเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการทำให้ชุมชนเข้มแข็งมากขึ้น มักจะมาจาก “อาสาสมัคร” ของพนักงาน (ผู้ร่วมงาน) มากกว่าการกะเกณฑ์หรือบังคับให้ทำ
หนึ่งในการดำเนินกิจกรรมเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการทำให้ชุมชนเข้มแข็งมากขึ้น มักจะมาจาก “อาสาสมัคร” ของพนักงาน (ผู้ร่วมงาน) มากกว่าการกะเกณฑ์หรือบังคับให้ทำ
อาสาสมัคร (Volunteer) หมายถึง ผู้ที่สมัครใจทำงาน ไม่ใช่ด้วยการถูกบังคับหรือทำเพราะเป็นหน้าที่ แต่ทำเพราะเป็นงานเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ชุมชน และสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน หรือรางวัลใดๆ พูดง่ายๆ ว่า “ทำด้วยใจ” นั่นเอง
อาสาสมัครในอุดมคติ (Ideal Volunteer) จึงเป็นอาสาสมัครที่มีอุดมคติหรืออุดมการณ์ มีจิตวิญญาณของอาสาสมัคร (Spirit of Volunteerism) และมีคุณธรรม เรื่องนี้ “พระพิศาลธรรมพาที” ได้กล่าวถึง “อุดมการณ์ของอาสาสมัคร” ไว้ว่า ผู้ที่เป็นผู้นำหรือผู้ให้แก่สังคม ต้องทำให้คนเห็นว่าสามารถเป็นเยี่ยงอย่างหรือแบบอย่างที่ดีแก่คนอื่นได้ และมีข้อประพฤติที่ตั้งอยู่ในหลัก “สังคหวัตถุ 4” ดังนี้ 1.ชอบให้มากกว่ารับ ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น มีความสบายใจที่จะให้ (ทาน) 2.มีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจคนให้มาร่วมมือร่วมใจกันได้ (ปิยวาจา) 3.ทำตนให้มีประโยชน์ มีกิริยาท่าทีของความพยายามจะทำประโยชน์อยู่ตลอดเวลา เป็นผู้ที่ใช้เวลาทุกนาทีให้มีประโยชน์ (อัตถจริยา) 4.ทำตนสม่ำเสมอ ทำด้วยอุดมการณ์ ไม่เอนเอียงไปตามกระแส (สมานัตตตา)
จากความหมายของ “อาสาสมัคร” ข้างต้น เราจะเห็นถึง “องค์ประกอบ” ที่สำคัญของคำว่า “อาสาสมัคร” อยู่ 4 ประการด้วยกัน คือ 1.การเลือก (Choose) เป็นการเน้นที่เจตจำนงที่อิสระที่จะกระทำหรือไม่กระทำในสิ่งใดๆ 2.ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) คือการกระทำที่มุ่งมั่นเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งบุคคล กลุ่มคน ชุมชน หรือสังคมส่วนรวม
3.การทำโดยไม่หวังผลตอบแทนที่เป็นเงินทอง (Without MonetaryProfit) หรือไม่ได้หวังผลด้านรายได้ทางเศรษฐกิจ แต่อาจรับเป็นรางวัลหรือค่าใช้จ่ายทดแทนที่ตนเองได้ใช้จ่ายไป แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่อาจเทียบได้กับค่าของสิ่งที่ได้กระทำลงไป และ 4.การทำนั้นไม่ใช่ภาระงานที่ต้องทำตามหน้าที่ (Beyond Basic Obligations) เป็นสิ่งที่ทำนั้นอยู่นอกเหนือความจำเป็น หรือสิ่งที่ถูกคาดหวังว่าจะต้องทำตามภาระหน้าที่ เช่น งานตามหน้าที่ประจำที่ได้รับค่าจ้าง การดูแลครอบครัวตนเอง ความรับผิดชอบในฐานะพลเมือง เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของ “อาสาสมัคร” ข้างต้น เราอาจแบ่งลักษณะงานอาสาสมัครออกได้เป็น 4 แบบ คือ 1.การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือการพึ่งตนเอง (Mutual aid or Self-help) 2.การช่วยเหลือบริการผู้อื่น (Philanthropy or Service to others) 3.การมีส่วนร่วม (Participation) และ 4.ผู้สนับสนุนหรือเรียกร้องความเป็นธรรมเพื่อสังคม (Advocacy or Campaigning)
ในเรื่องของ “อาสาสมัคร” นี้ เราสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือเรื่อง “คู่มืออาสาสมัคร พิทักษ์สิ่งแวดล้อม” ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เขียนไว้ดีมาก
ทุกวันนี้ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” จะต้องเป็นส่วนที่สำคัญของ “กลยุทธ์” ในการบริหารจัดการของทุกองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน (โดยเฉพาะภาคธุรกิจอุตสาหกรรม) ที่ไม่สามารถจะเอาแต่ได้ หรือกำไรแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะต้องหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้าง โดยองค์กรจะต้องเน้นย้ำถึง “การเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชน” ด้วยกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครและชุมชน แทนที่จะเน้นเฉพาะการบริจาคหรือแจกสิ่งของแต่เพียงอย่างเดียว ครับผม !







