posttoday
ตปท.เชื่อมั่นแย่สุด20เดือน

ตปท.เชื่อมั่นแย่สุด20เดือน

10 กุมภาพันธ์ 2559

นักลงทุนไทยมีความเชื่อมั่นดีขึ้นใน 3 เดือนข้างหน้าสวนทางต่างชาติ แบงก์น่าสนใจที่สุด

นักลงทุนไทยมีความเชื่อมั่นดีขึ้นใน 3 เดือนข้างหน้าสวนทางต่างชาติ แบงก์น่าสนใจที่สุด

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุน  3 กลุ่ม ต่อแนวโน้มดัชนีหุ้นใน  3 เดือนข้างหน้าหรือถึงเดือนเม.ย. ว่า ลดลง 3 เดือนติดต่อกันอยู่ที่ระดับซบเซา 71.90 ลดลง 3.3% จากเดือนก่อนที่ 74.35  ปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและปัญหาค่าเงินหยวนของจีน ขณะที่ปัจจัยที่ช่วยพยุงดัชนีคือเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันต่างประเทศลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 20 เดือน อยู่ที่ 10 ลดลงมากถึง 70% จากเดือนก่อนที่ระดับ 33.33% สวนทางกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีก 2 กลุ่มที่ดีขึ้น โดยนักลงทุนรายบุคคลอยู่ที่ 86.68 เพิ่มขึ้น 10.53% จากเดือนก่อนที่ 78.42 และสถาบันในประเทศอยู่ที่ 77.42 เพิ่มขึ้น 9.88% จากเดือนก่อนที่ 70.42  สำหรับอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนมากที่สุดคือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และหุ้นที่ไม่น่าลงทุนมากที่สุดคือ หุ้นกลุ่มพลังงาน

สาเหตุที่นักลงทุนสถาบันต่างชาติลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ เพราะมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกลดลงส่งผลให้ทยอยขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยต่างๆ เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแม้จะฟื้นตัว แต่เติบโตชะลอลงสะท้อนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลกปรับลดอัตราการขยายตัวของจีดีพีลงต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ปัญหาเศรษฐกิจยุโรป การดำเนินนโยบายการเงินของโลกของประเทศขนาดใหญ่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนั้นยังต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเกิดขึ้น 4 ครั้งในปี 2559 หากขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% มาอยู่ที่ 1.5% เป็นระดับเดียวกับดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยหากไทยไม่เปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยก็จะมีความเสี่ยงที่เงินลงทุนต่างชาติจะไหลออกจากประเทศไทย กลับไปประเทศพัฒนาแล้วคือสหรัฐ  ปัจจุบันต่างชาติถือครองพันธบัตรไทยเหลือ 12-13% จากเดิมที่ประมาณ 15%

“ปัจจัยทั้งหมดนี้จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งในตลาดหุ้นและตราสารหนี้” นางวรวรรณ กล่าว

ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงจุดต่ำสุด ซึ่งอาจเห็นจุดต่ำสุดใน 1-2 ปีนี้เพราะยังมีปัจจัยกดดันจากชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กระทบต่อการส่งออกของไทย รวมถึงภัยแล้งที่กระทบต่อกำลังซื้อกลุ่มเกษตรกร
และอาจยกไปเป็นประเด็นทางการเมืองได้ด้วย  คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตประมาณ 2-3% ไม่ถึง  3-4%

นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส  เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นในปี 2559 ลงเหลือ 1,500 จุด จากเดิมคาดไว้ที่ 1,550 จุด รวมถึงประมาณการการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ลงเหลือเติบโต 20-21% จากเดิมที่ 25% ในช่วงครึ่งปีแรกมีความเสี่ยงที่จะลงไป 1,200 จุด หุ้นขนาดใหญ่ยังปรับขึ้นได้ไม่มาก ทั้งกลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร รวมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่วนความเชื่อมั่นในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสฟื้นดีขึ้นจากการลงทุนภาครัฐบาลมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ