posttoday
มั่นใจไม่มีแคร์รีเทรด แม้ดอกญี่ปุ่นติดลบ

มั่นใจไม่มีแคร์รีเทรด แม้ดอกญี่ปุ่นติดลบ

09 กุมภาพันธ์ 2559

แบงก์มั่นใจไม่เกิดปัญหาเงินเยนไหลเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน แม้ดอกเบี้ยเยนจะติดลบ

แบงก์มั่นใจไม่เกิดปัญหาเงินเยนไหลเข้ามาเก็งกำไรค่าเงิน แม้ดอกเบี้ยเยนจะติดลบ

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้เงินทุนสกุลเงินเยนที่ดอกเบี้ยต่ำมาลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนสูงในไทย (แคร์รีเทรด) ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนมากนัก โดยพบว่าส่วนใหญ่เงินทุนเยนจะไปลงในประเทศที่พัฒนาแล้วในกลุ่ม จี8 และ จี3 มากกว่าที่จะไหลเข้ามาในประเทศตลาดเกิดใหม่

ทั้งนี้ เนื่องจากค่าความผันผวนของเงินเยนต่อเงินบาทผันผวนกว่าประเทศพัฒนาแล้ว จึงไม่จูงใจที่จะมากินส่วนต่างดอกเบี้ยเพียง 1.5% ในไทย เพราะยังต้องแบกรับความเสี่ยงค่าเงินถึง 2 สกุล จากการที่ต้องใช้เงินเหรียญสหรัฐเป็นสกุลกลาง

อย่างไรก็ดี ที่ต้องจับตากว่าคือการแคร์รีเทรดจากเงินยูโร ซึ่งอาจมีเข้ามาระยะสั้น หากทางสหภาพยุโรปตัดสินใจใช้มาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (คิวอี) เพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีเงินไหลเข้าสู่พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยมากกว่าพันธบัตรกระทรวงการคลัง

“การผ่อนคลายนโยบายการเงินของญี่ปุ่นสร้างบรรยากาศทางอ้อมให้นักลงทุนกล้าได้กล้าเสีย แต่ไม่ใช่การฟันดิ้งเงินเยนมาปล่อยไทยแน่นอน แต่มีผลอีกด้านคือจะมีการดูดเงินเข้าญี่ปุ่นมากขึ้นผ่านการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ถูกลง ดูดซับสภาพคล่องออกจากไทยด้วยซ้ำ” นายกอบสิทธิ์ กล่าว

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตามปกติเมื่อญี่ปุ่นดอกเบี้ยติดลบจะเห็นการเอาเงินมาลงทุนหาผลตอบแทนต่างประเทศ แต่รอบนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหลังลดดอกเบี้ยเงินเยนอ่อนค่าลงมา 121 เยน/เหรียญสหรัฐก็จริง แต่ก็กลับแข็งค่าขึ้นเหนือ 120 เยนในเวลาไม่นาน สะท้อนว่านักลงทุนยังกังวลความเสี่ยงจากความผันผวนที่รุนแรง จึงไม่กล้าลงทุนแคร์รีเทรดยอมผลตอบแทนติดลบแต่ปลอดภัยมากกว่า

“หนนี้นักลงทุนต่างประเทศต่างกลัวความเสี่ยงมากกว่า เพราะไม่มีสัญญาณที่สร้างความมั่นใจที่มากพอให้ไปแคร์รีเทรด จนเลือกที่จะซื้อพันธบัตรที่ดอกเบี้ยปัจจุบันติดลบแต่ปลอดภัย เพื่อหวังว่าในอนาคตจะได้ผลตอบแทนที่ทำกำไรได้ เป็นการเก็งกำไรในอนาคต” นายอมรเทพ กล่าว

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการลงทุนในเศรษฐกิจจริง (Real Sector) คือ มาลงทุนตั้งโรงงานผลิต และมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง ขณะที่บรรดากองทุนต่างๆ ของญี่ปุ่นเอง ไม่ว่าจะเป็นกองทุนประกันชีวิต กองทุนการออม ก็ยังให้ความสนใจลงทุนในประเทศเป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ