posttoday
ธปท.ไม่ห่วงฟินเทค พร้อมหนุนดิจิทัลแบงก์

ธปท.ไม่ห่วงฟินเทค พร้อมหนุนดิจิทัลแบงก์

09 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

เราได้เห็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อย่างน้อย 2 ราย ประกาศกลยุทธ์ดิจิทัลแบงก์กิ้ง รุกการให้บริการธุรกรรมการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต โมบายแบงก์กิ้ง รวมทั้งบริการใหม่ๆ ผ่านฟินเทค (Financial Technology) มากขึ้น

ทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ร่วมพัฒนาระบบการชำระเงินและการให้บริการการเงินของสถาบันการเงินมานาน ระบุว่า การพัฒนาด้านเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญต่อบริการทางการเงินในอนาคตมากขึ้นไปอีก โดยสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นช่องทางหลักที่ลูกค้าแบงก์จะเข้ามาใช้บริการ ขณะเดียวกันก็จะเป็นช่องทางที่แบงก์เข้าถึงลูกค้า เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย

ที่สำคัญ ปัจจุบันมีถังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data & Data Analytics) ที่พัฒนาบริการและระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Data Intelligence Tool) รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียทำให้แบงก์เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น ล่าสุดมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับวิเคราะห์ลูกค้า และส่งหาลูกค้าได้ทันที ว่า ลูกค้ารายนั้นๆ ต้องการบริการอะไร หรือต้องการสินเชื่อหรือไม่ หรือหากลูกค้าเข้าไปในแอพพลิเคชั่นดังกล่าวก็สามารถขอสินเชื่อได้ทันที ทำให้การขอสินเชื่อสะดวก รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องรอหลายวันหรือเป็นสัปดาห์อีกต่อไป

“มีบางแบงก์ติดต่อขอซื้อแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ไว้แล้ว และมาหารือกับ ธปท.เพื่อขออนุญาตให้บริการลักษณะนี้บ้างแล้วเช่นกัน แต่ ธปท.ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เพราะก่อนให้บริการต้องมีการทดสอบ และดูความเสี่ยง การหลอกลวงผู้บริโภค และความปปลอดภัยก่อน” ทองอุไร ระบุ

ทองอุไร กล่าวว่า ภาพที่กล่าวมามีส่วนทำให้แบงก์ในปัจจุบันทบทวนกลยุทธ์การลงทุนในระบบไอทีมากขึ้น เริ่มนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้ผลักดันนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ และขยายธุรกิจผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงฟินเทคต่างๆ มากขึ้น

ทั้งนี้ ธปท.เห็นว่า ฟินเทคเป็นได้ทั้งโอกาสที่แบงก์จะดึงมาเป็นพันธมิตรเสริมการให้บริการ หรือเป็นคู่แข่งสำคัญที่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด หากแบงก์ไม่ปรับตัว เช่นเดียวกัน การให้บริการแบบไร้ตัวตนที่มากับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หรือคลาวด์ (Cloud) ก็มีส่วนมาเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของแบงก์ให้มีประสิทธิภาพขึ้น ทำให้การระดมทุนของธุรกิจใหม่ๆ เอสเอ็มอี ผ่านคลาวด์ เลนดิ้ง (Cloud Lending) มีต้นทุนถูกลง รวดเร็ว

สำหรับ ธปท.ในฐานะฝ่ายกำกับดูแลได้ติดตามฟินเทคที่มีมากขึ้น คิดแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้มาก ทำให้มีเครื่องมือควบคุมได้ไม่หมด โดย ธปท.อยู่ระหว่างการดูหลักเกณฑ์การควบคุมดูแลให้เหมาะสม ผ่านกฎหมายและหลักเกณฑ์ต่างๆ

“เท่าที่ดูเบื้องต้นยังไม่น่าห่วง เพราะฟินเทคใหม่ๆ ที่ออกมายังอยู่ในบริการของแบงก์และนันแบงก์ที่ ธปท.กำกับดูแลได้ ส่วนแอพพลิเคชั่น ใหม่ๆ ที่พัฒนาออกมาก็พบว่าแบงก์ซื้อมาให้บริการต่อ ธปท.จึงยังดูแลได้ นักพัฒนาแอพส่วนใหญ่พัฒนาได้แล้วก็ขายไป ไม่ได้เป็นเจ้าของเอง ส่วนการกำกับดูแลคลาวด์ เลนดิ้ง ยอมรับว่ายังไม่มีคนคุม เพราะไม่ใช่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ถ้าจะคุมคงต้องออกกฎหมายใหม่ หรือกฎหมายพิเศษมาดูแล ซึ่งขณะนี้กำลังดูอยู่” ทองอุไร กล่าว

ในด้านการชำระเงินนั้น ธปท.จะส่งเสริมการพัฒนาระบบชำระเงินแบบดิจิทัลแบงก์กิ้ง และดิจิทัลเพย์เมนต์ให้มากขึ้น ในลักษณะให้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกเครื่องมือ แต่ปลอดภัยขึ้นและมีราคาถูกลง โดยผู้ให้บริการทั้งแบงก์และนันแบงก์ มีการพัฒนาที่ตอบสนองลูกค้าได้ดีขึ้น ส่วนบริการชำระเงินผ่านตัวแทน เช่น ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรืออื่นๆ ในพื้นที่ห่างไกล ธปท.กำหนดให้ตัวแทนที่เป็นร้านเซเว่นอีเลฟเว่นห้ามผูกขาดการชำระเงินกับธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงินรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้ทุกรายแข่งขันได้

อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกล แต่การเปิดบัญชีทางอิเล็กทรอนิกส์ ธปท.ยังกำหนดให้แบงก์ต้องรู้จักลูกค้าของตัวเอง (Know Your Customer : KYC) ที่ต้องระบุตัวตนได้ ดังนั้น การเปิดบัญชีแบงก์ต้องทำ KYC ของตัวเอง ยังไม่อนุญาตให้ KYC ครั้งเดียวกับแบงก์หนึ่ง แล้วเปิดบัญชีได้กับทุกแบงก์ ถือเป็นระเบียบที่ ธปท.ต้องให้แบงก์ปฏิบัติตามกฎหมายสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ต้องเฝ้าระวังการฟอกเงิน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย