
เอสเอ็มอีแบงก์จับมือJFC-SME ญี่ปุ่น
เอสเอ็มอีแบงก์จับมือ JFC - SME ญี่ปุ่น นัดจับคู่นักลงุทนไทย-ญี่ปุ่น 150 บริษัท คาดเกิดธุรกิจหมุนเวียน 300 ล้านบาท
เอสเอ็มอีแบงก์จับมือ JFC - SME ญี่ปุ่น นัดจับคู่นักลงุทนไทย-ญี่ปุ่น 150 บริษัท คาดเกิดธุรกิจหมุนเวียน 300 ล้านบาท
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนวิสากหิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารเอสเอ็มอีได้ร่วม กับเจเอ็มซี เอสเอ็มอี ยูนิต ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ -อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาาร ผู้ประกอบการไทยและญีปุ่นรวม 150 บริษัท ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดธุรกิจวงเงินรวมไม่ต่ำกว่า200-300 ล้านบาท
ทั้งนี้เจเอ็มซี เอสเอ็มอี ยูนิต เป็นองค์กรของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้สนับสนุนเงินกู้ให้กับเอสเอ็มอีญี่ปุ่นมีพอร์ตการปล่อยสินเชื่อ 10 ล้านล้านบาท มากว่าผลผลิตมวลรวมในประเทศของไทย(จีดีพี)
อย่างไรจากการหารือกับกับผู้บริหาร เจเอ็มซี เอสเอ็มอี ยูนิ แจ้งว่าผลสำรวจจัดอันดับความน่าลงทุนในมุมมองนักลงทุนญี่ป่น พบว่า ความน่าลงทุนของไทยได้อันดับลดลง จากเดิมที่เคยอยู่อันดับที่สองรองจากจีน โดยนักลงทุนญีปุ่นสนใจการเข้าไปลงทุนในเวียดนามแซงหน้าไทย เนื่องจากมีความวิตกกังวลปัญหาทางการเมืองรวมถึงล่าสุดปัญหาการวางระเบิดที่หน้าศูนย์การค้าบิ๊กซี ราชดำริ ที่กระทบกับความเชื่อมั่นกับการลงทุนในไทย
"นักลงทุนญีปุ่นยังมีมุมมองที่ดีกับการลงทุนในไทย โดยเฉพาะเชื่อว่าไทยสามรถที่จะคุมอัตราเงินเฟ้อ ประกอบกับอัตราค่าจ้างแรงงานไม่พ่งสุงเมื่อประเทศเจีนและเวียดนาม แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีนโยบายขึ้นค่าจ้างแรงงานก็ไม่น่าส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจการลงทุนหากเทียบอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นกับประสิทธิผลการผลิตที่เพิ่มขึ้นมากกว่า รวมทั้งเชื่อว่าเศรษฐกิจมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตที่สูง" นายพงษ์ภาณุกล่าว







