posttoday
‘รง.4’ออกฤทธิ์ลงทุนจริง85%

‘รง.4’ออกฤทธิ์ลงทุนจริง85%

08 กุมภาพันธ์ 2559

เผยปี 2558 มีโรงงานลงทุนจริงหลังได้ ร.ง.4 กว่า 85% ลุ้นคลัสเตอร์กระตุ้นยอดหลังไตรมาสแรก

เผยปี 2558 มีโรงงานลงทุนจริงหลังได้ ร.ง.4 กว่า 85% ลุ้นคลัสเตอร์กระตุ้นยอดหลังไตรมาสแรก

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลโรงงานที่ได้ใบอนุญาต ร.ง.4 ในช่วงปี 2558 ที่ผ่านมา พบว่ามีการลงทุนจริงแล้วกว่า 85% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นจากนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ อีกทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ได้ใบอนุญาต ร.ง.4 ส่วนใหญ่มีการวางแผนธุรกิจไว้ล่วงหน้า เพียงรอดูสถานการณ์และบรรยากาศที่เหมาะสมในการลงทุนเท่านั้น และส่วนใหญ่เมื่อได้รับใบอนุญาต ร.ง.4 ก็จะเริ่มลงทุนภายใน 1 ปี หลังขั้นตอนมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

“อุตสาหกรรมในกลุ่มคลัสเตอร์เป้าหมายที่รัฐบาลได้เร่งผลักดันในขณะนี้ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นในเดือนนี้ จากสัญญาณการลงทุนและขยายกิจการที่มากขึ้น เช่น ยานพาหนะและชิ้นส่วน มีมูลค่าการลงทุน 1.26 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1,471 ล้านบาท หรือคิดเป็น 756% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง มีมูลค่าการลงทุน 4,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 2,144 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99.53% เป็นต้น และคาดว่าจะเห็นผลชัดหลังไตรมาสแรกของปีนี้” นายพสุ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายพสุ ชี้แจงว่า ยอดการขอ ร.ง.4 เพื่อประกอบกิจการโรงงานรายใหม่ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวน 282 โรงงาน แม้จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 326 โรงงาน หรือคิดเป็น 13.49% อย่างไรก็ดี หากพิจารณามูลค่าการลงทุน พบว่ามีมูลค่า 1.77 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าการลงทุนแค่ 1.71 หมื่นล้านบาท

ขณะที่การขยายกิจการในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวน 58 โรงงาน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 65 โรงงาน หรือคิดเป็น 10% แต่ในส่วนของยอดเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 28.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจาก 1.37 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 1.76 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อรวมทั้งการเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการในเดือน ม.ค. พบว่า มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 340 โรงงาน คิดเป็นสัดส่วนที่ลดลง 14.78% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 399 โรงงาน ส่วนมูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 3.54 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.63% จากช่วงเดียวกันของปีที่ก่อนซึ่งมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 3.08 หมื่นล้านบาท

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการเปิดกิจการและขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตยานพาหนะและชิ้นส่วนมีมูลค่าการลงทุน 1.26 หมื่นล้านบาท ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องมีมูลค่าการลงทุน 4,278 ล้านบาท การผลิตเครื่องจักรและเครื่องกล 3,836 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์โลหะมูลค่าการลงทุน 3,717 ล้านบาท และอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าการลงทุน 3,275 ล้านบาท

นายพสุ กล่าวว่า ปัจจัยที่จะมีผลต่อการตั้งโรงงานใหม่และขยายกิจการในปีนี้ ได้แก่ ปัจจัยจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน ยุโรป ญี่ปุ่น และสหรัฐ อย่างไรก็ตามคาดว่าประเทศดังกล่าวคงมีนโยบายและมาตรการต่างๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจได้

ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค จะช่วยสนับสนุนให้กิจการขยายตัว อีกทั้งราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงก็ถือเป็นปัจจัยของการลงทุนของผู้ประกอบการ โดยคาดว่าปัจจัยโดยรวมดังกล่าวจะส่งผลให้ยอดเปิดโรงงานและขยายกิจการทรงตัวหรือโตกว่าปีที่ผ่านมาได้

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน