posttoday
ไม้เด็ดงบ 2.73 ล้านล.  เน้นโครงการดันเศรษฐกิจโต

ไม้เด็ดงบ 2.73 ล้านล. เน้นโครงการดันเศรษฐกิจโต

05 กุมภาพันธ์ 2559

หนึ่งในภารกิจสำคัญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศชัด คือ ปฏิรูประบบงบประมาณของประเทศเพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ โดยปี 2560 เป็นปีแรกที่ภารกิจเริ่มเกิดเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการจัดทำงบบูรณาการทั้งเชิงพื้นที่ ภารกิจของส่วนราชการ และยุทธศาสตร์ของรัฐบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อนการทำงานและการใช้งบประมาณ

หนึ่งในภารกิจสำคัญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประกาศชัด คือ ปฏิรูประบบงบประมาณของประเทศเพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ โดยปี 2560 เป็นปีแรกที่ภารกิจเริ่มเกิดเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการจัดทำงบบูรณาการทั้งเชิงพื้นที่ ภารกิจของส่วนราชการ และยุทธศาสตร์ของรัฐบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อนการทำงานและการใช้งบประมาณ

สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ชี้แจงแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ต่อผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ส่วนราชการว่า โครงสร้างงบประมาณปี 2560 กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ที่ 2.733 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.5% เป็นรายจ่ายประจำ 2.121 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% รายจ่ายลงทุน 5.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 6.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% มีสัดส่วนต่องบประมาณ 77.6%, 20% และ 2.4% ตามลำดับ

ส่วนของรายได้อยู่ที่ 2.343 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% ขาดดุลงบประมาณ 3.9 แสนล้าน เท่ากับปีก่อนหน้า

ขณะนี้ได้จัดทำรอบแรกไปแล้ว ซึ่งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ ได้เสนอคำขอมาทั้งสิ้น 4.2 ล้านล้านบาท สูงเกินกว่างบประมาณปี 2559 ถึง 57% สำนักงบฯ จึงปรับลงเหลือ 3.31 ล้านล้านบาท ซึ่งในการเสนอรอบที่ 2 นี้นายกฯ ให้เน้นให้ความสำคัญกับแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ 25 แผนงาน ซึ่งจะใช้งบประมาณ 7.72 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ในนี้เป็นงบลงทุน

หลังจากนี้ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ ไปพิจารณาว่ามีแผนงานใดที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งหากมีส่วนใดตกไปก็ให้ปรับเพิ่มได้ไม่เกิน 5% แต่ก็ต้องไปปรับลดลงประมาณในแผนงานพื้นฐานลงในอัตราเท่ากัน

แนวทางที่ 2 นายกฯ ย้ำ คือ คำของบประมาณต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศระยะ 20 ปี แผนฯ 12

แนวทางที่ 3 ให้จัดลำดับความสำคัญของคำของบ หลักการคือ ให้ความสำคัญกับแผนงานยุทธศาสตร์ 25 แผนงานสูงกว่าภารกิจพื้นฐาน ให้พิจารณาความเร่งด่วน ความสำคัญ โดยให้วิเคราะห์ความเป็นไปได้คุ้มค่าของโครงการ และทุกโครงการลงทุนต้องมีแผนปฏิบัติงานแสดงรายไตรมาสว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ไม่ใช่ขอกรอบวงเงินมากๆ ไว้ก่อนเวลาทำค่อยๆ ทำไป

“สิ่งเหล่านี้ถือเป็นมิติใหม่ คือ การจะส่งคำขอต้องเป็นโครงการที่มีความพร้อมจะดำเนินงาน ซึ่งสำนักงบฯ จะมีการสอบถามถึงความเป็นไปได้ของโครงการ และต้องกำหนดตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ เพื่อประเมินผล นายกฯ ย้ำว่า แผนปฏิบัติการแม้จะมี แต่ถ้าดำเนินการไม่ได้ตามแผนก็ต้องยุติโครงการ และดึงงบประมาณกลับ และสำนักงบประมาณก็จะออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ เหมือนกับที่ทำในปี 2558 ปี 2559 ซึ่งปี 2560 และปีต่อๆ ก็จะทำแบบนี้” สมศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการงบประมาณ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้สำนักงบฯ ไปแก้ไข พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอต่อที่ประชุม ครม.ให้พิจารณาได้เร็วๆ นี้ โดยกฎหมายที่ปรับปรุงนี้ จะทำให้งบประมาณลงทุนที่ไม่ได้ใช้นี้ สามารถโอนไปใช้ในยุทธศาสตร์เร่งด่วนของรัฐบาลได้ โดยไม่ต้องออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และภายใต้กฎหมายนี้ ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาก็ต้องจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศระยะ 20 ปี และแผนฯ 12 ซึ่งจะทำให้เชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่งว่า จะมีงบประมาณสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว

แนวทางที่ 4 ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีเงินสะสมหรือรายได้เงินสะสมคงเหลือและเงินกองทุน ให้พิจารณานำเงินดังกล่าวมาใช้ดำเนินการในภารกิจของหน่วยงาน โดยให้แจ้งแหล่งเงินและเงินที่นำมาใช้ประกอบการจัดทำคำของบประมาณ

แนวทางที่ 5 ให้ส่วนราชการพิจารณาทบทวน เพื่อชะลอปรับลดหรือยกเลิกการดำเนินภารกิจที่หมดความจำเป็นไม่เกิดผลหรือไม่คุ้มค่า หรือมีความสำคัญในลำดับต่ำ เพื่อนำงบประมาณดังกล่าวไปดำเนินภารกิจที่มีลำดับความสำคัญมากกว่ากัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ