
พรก.เจ้าปัญหา
กลายเป็นปัญหาผลกระทบทางด้านการประมงพื้นบ้านอย่างหนักสำหรับ พ.ร.ก.ประมง พ.ศ. 2558 ที่มี 176 มาตรา สาระสำคัญจะอยู่ในมาตรา 10 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง
กลายเป็นปัญหาผลกระทบทางด้านการประมงพื้นบ้านอย่างหนักสำหรับ พ.ร.ก.ประมง พ.ศ. 2558 ที่มี 176 มาตรา สาระสำคัญจะอยู่ในมาตรา 10 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง
มาตรา 11 กำหนดโทษเกี่ยวกับการกระทำผิดในการจ้างลูกจ้างที่ผิดกฎหมายการคุ้มครองแรงงานหรือแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยแบ่งเป็นในกรณีที่มีการจ้างไม่เกิน 5 คน ให้อธิบดีมีคำสั่งหยุดประกอบการตั้งแต่ 10-30 วัน หากมีการจ้างแรงงานที่ผิดกฎหมายเกินกว่า 5 คน ให้อธิบดีแจ้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อสั่งปิดโรงงาน
มาตรา 30 การทำการประมงในน่านน้ำไทยต้องมีการควบคุมให้ผู้เกี่ยวข้องคำนึงถึงความสามารถในการผลิตธรรมชาติที่ทำการประมงอย่างยั่งยืน
มาตรา 34 ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน ทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่ง ซึ่งคือไม่เกิน 3 ไมล์ทะเล
มาตรา 36 ผู้ใดจะทำการประมงพาณิชย์ต้องได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์จากอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย โดยการออกใบอนุญาตในใบอนุญาตต้องระบุจำนวนและประเภทเครื่องมือทำการประมงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำการประมง พื้นที่ในการทำการประมง ปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่อนุญาตให้ทำการประมง หรือห้วงเวลาที่กำหนดให้ทำการประมงได้ ให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำ
มาตรา 48 ผู้ใดจะใช้เรือทำการประมงนอกน่านน้ำไทยจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
มาตรา 50 ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย ต้องมีผู้สังเกตการณ์ประจำอยู่ในเรือประมงตามหลักเกณฑ์ของรัฐชายฝั่งหรือองค์กรระหว่างประเทศพื้นที่นั่น
มาตรา 81 ผู้ใดจะนำเรือประมงออกไปทำการประมงพาณิชย์ต้อง จัดทำสมุดบันทึกการทำการประมง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยประเภทและปริมาณของสัตว์น้ำที่จับได้ จุดจอดเรือ การขนถ่ายสัตว์น้ำ การขาย หรือการเททิ้งสัตว์น้ำ ซึ่งต้องรับรองความถูกต้อง โดยผู้ควบคุมเรือและต้องส่งรายงานให้กรมประมงทราบ ตามระยะเวลาและโดยวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา 94 ห้ามเรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยที่ทำการประมง ไอยูยู (การทำการประมงโดยผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบบคุม) เข้ามาในราชอาณาจักร
มาตรา 95 หากเรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยที่ประสงค์จะนำสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักร จะต้องแจ้งล่วงหน้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง ก่อนเวลาที่เรือประมงจะเดินทางถึงท่าเทียบเรือ
มาตรา 96 หากเรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยได้รับอนุญาตให้นำสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว แต่เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าสัตว์น้ำที่อยู่บนเรือนั้นจับโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้เรือประมงนั้นออกจากราชอาณาจักรได้ภายในเวลาที่กำหนด และแจ้งให้รัฐเจ้าของธง หรือประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง และองค์การระหว่างประเทศเพื่อทราบ (มาตรา 96 วรรคสาม)
มาตรา 129 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่าถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ใช้เรือตั้งแต่ 20 ตันกรอสขึ้นไปแต่ไม่ถึง 60 ตันกรอส ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 2 แสนบาท ถึง 6 แสนบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
กฎหมายเน้นแก้ปัญหาอุตสาหกรรมประมงแต่รายย่อยกำลังเดือดร้อนหนัก







