
ดลนภา ธรรมวัฒนะ สานธุรกิจ-สร้างโอกาสใหม่
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การจัดสรรเวลาได้ดี ช่วยให้ทำงานพร้อมใช้ชีวิตส่วนตัวได้ไม่ยาก ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่โตมาพร้อมเทคโนโลยีได้เปรียบคนรุ่นก่อนมาก เพราะเทคโนโลยีช่วยให้ทำงานและใช้ชีวิตง่ายขึ้น อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ จึงไม่แปลกที่เห็นคนรุ่นใหม่ดูแลธุรกิจหลายอย่างพร้อมกัน
ดลนภา ธรรมวัฒนะ ผู้อำนวยการสายงานบริหารการตลาด บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น ผู้จำหน่ายบอดี้ โกลฟ ใน 6 ประเทศอาเซียน และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ดีบี กรุ๊ป ผู้แทนจำหน่ายชีสเค้ก เลอ ทาโอะ (LeTAO) ในไทย เป็นหนึ่งในผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงที่ดูแล สองธุรกิจพร้อมศึกษาต่อปริญญาเอก ซึ่งก็ใกล้สำเร็จแล้ว
ดลนภา กล่าวว่า ตั้งแต่จบปริญญาตรีก็ไปเรียนเสริมด้านการออกแบบและจัดวางผลิตภัณฑ์ จากนั้นกลับมาช่วยงานคุณพ่อ (นพดล ธรรมวัฒนะ) ดูแลบอดี้ โกลฟ โดยช่วยงานเกือบทุกเรื่อง เพราะช่วงที่เข้าไปช่วยเป็นเวลาเดียวกับที่คุณพ่อมีแผนเปลี่ยนตำแหน่ง (รีโพซิชันนิ่ง) แบรนด์บอดี้ โกลฟ เจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไป จากเดิมวางตำแหน่งเจาะตลาดระดับบน และมีหุ้นส่วนจากต่างประเทศเข้ามาในบริษัท เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน
งานที่เรียนรู้ ได้แก่ งานคลังสินค้า จัดวางผลิตภัณฑ์ การตลาด ระบบการขายหน้าร้าน (พีโอเอส) สมาชิก และบริการลูกค้า ยกเว้นด้านการเงินที่ไม่ได้ดูแล โดยงานการตลาดเป็นงานหลักที่ทำต่อเนื่อง สิ่งที่ทำชัดเจนที่สุด คือ การตลาดผ่านสังคมออนไลน์ เช่น ทำเฟซบุ๊กแฟนเพจ อินสตาแกรม ทำกิจกรรมเพื่อสังคม (ซีเอสอาร์) ดูแลภาพลักษณ์แบรนด์บอดี้ โกลฟ
ก่อนมาช่วยงาน บอดี้ โกลฟ มีเว็บไซต์อยู่แล้วแต่ขาดการเคลื่อน ไหว เมื่อมาดูแลก็ปรับโฉมเว็บไซต์บอดี้ โกลฟในไทยให้สอดคล้องเว็บไซต์บอดี้ โกลฟในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เว็บไซต์ติดต่อสื่อสารกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นสังกัดแบรนด์ดีขึ้น สามารถนำแรงบันดาลใจจากเว็บไซต์บอดี้ โกลฟ ในสหรัฐอเมริกามาปรับให้เข้ากับเทรนด์ความต้องการในไทยได้ อีกภารกิจสำคัญคือ ไปช่วยประสานงานพันธมิตรในเมียนมา รองรับแผนขยายสาขาบอดี้ โกลฟในเมียนมา
ดลนภา กล่าวว่า ปัจจุบัน บอดี้ โกลฟ มีสาขาในไทย 150 สาขา ทุกปีจะเปิดเพิ่ม 1-2 สาขา แต่ก็ปิดบางสาขาที่ไม่ทำกำไร รวมๆ แล้วทำให้จำนวนสาขาในไทยในอนาคตคงไม่ต่างจากนี้มาก มองว่าจำนวนสาขาที่มีเหมาะสมแล้วกับจำนวนประชากรในประเทศ
ขณะที่แผนการตลาดที่วางไว้ปีนี้เป็นไปตามแนวโน้มคนไทยใช้สังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นมากก็จะเน้นทางนี้มากขึ้น เพราะเป็นช่องทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายและได้ผลดี ควบคู่กับการนำผลิตภัณฑ์บอดี้ โกลฟ ไปอยู่ในการถ่ายแบบนิตยสารต่างๆ แล้วนำมาโปรโมทต่อยอด นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์บอดี้ โกลฟ ได้ แต่การขายผ่านหน้าร้านยังเป็นช่องทางหลัก การทำโปรโมชั่นหน้าร้านยังมีตามปกติ เพราะสินค้าประเภทเสื้อผ้า รองเท้า ลูกค้ายังต้องการสัมผัสสินค้าก่อนซื้อ หากจะให้น้ำหนักขายผ่านออนไลน์จนเป็นช่องทางหลักคงไม่ใช่คำตอบ
“การขายผ่านออนไลน์ ทำเพื่อสร้างแบรนด์และเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าเท่านั้น ผลการศึกษาของทางสหรัฐอเมริกาชี้ว่า ช่องทางนี้เปรียบเหมือนอีกหนึ่งสาขาของบอดี้ โกลฟ นอกเหนือจากสาขาหน้าร้าน”
ดลนภา เล่าถึงธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มว่า ปีที่ผ่านมาเพิ่งร่วมกับเพื่อนตั้งบริษัท ดีบี กรุ๊ป ทำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายชีสเค้ก เลอ ทาโอะ ซึ่งเป็นชีสเค้กในฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ที่โด่งดัง ธุรกิจนี้เกิดจากการเดินทางไปเที่ยวเมืองโอทารุ ฮอกไกโด แล้วไปชิมชีสเค้กเลอ ทาโอะ ตามที่ญาติแนะนำว่าไม่ควรพลาด หลังชิมรู้สึกชอบมาก เมื่อกลับไทยจึงรีบทำแผนธุรกิจเสนอเจ้าของเลอ ทาโอะ ซึ่งใช้เวลาร่วมปีสร้างความมั่นใจจนได้เป็นแฟรนไชส์จำหน่ายสินค้าทั้งหมดของเลอ ทาโอะ ในไทยเพียงผู้เดียว โดยเป็นการนำเข้าสินค้ามาจำหน่ายทั้งหมด ไม่ได้ทำในไทยเลย ซึ่งทางญี่ปุ่นควบคุมทุกขั้นตอนนำเข้า เพื่อให้รสชาติที่ลูกค้ารับประทานไม่ผิดเพี้ยนจากต้นตำรับที่เมืองโอทารุ
ทั้งนี้ เริ่มเปิดร้าน เลอ ทาโอะ แบบป๊อปอัพสโตร์สาขาแรกที่สยามพารากอน ชั้นจี วันที่ 20 พ.ย. 2558 กระแสตอบรับดีเกินคาดจึงเปิดสาขา 2 ที่เอ็มควอเทียร์ ชั้นจี เป็นป๊อปอัพสโตร์เช่นกัน รองรับคนซื้อกลับบ้านไปรับประทาน ส่วนปีนี้ถึงปี 2560 จะเปิด เลอ ทาโอะ คาเฟ่ ร้านที่มีที่นั่งให้รับประทานที่แรกในไทย มองไว้ที่สยามพารากอน หากเปิดแล้วจะเป็นเลอ ทาโอะ คาเฟ่ สาขาที่ 3 ของโลก ส่วนการทำตลาด เลอ ทาโอะ เน้นสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก letaothailand และอินสตาแกรม @letao_thailand
ดลนภา กล่าวว่า ลูกค้าเป้าหมาย เลอ ทาโอะ คือลูกค้าระดับกลางบน ทั้งที่เคยรับประทานในโอทารุมาแล้วและยังไม่เคยรับประทาน โดยพยายามตั้งราคาไม่ให้สูงเกินไปแม้นำเข้าสินค้าทุกอย่าง เพราะอยากให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง หาซื้อรับประทานง่าย มากกว่าค้ากำไรเกินควร ส่วนการขยาย เลอ ทาโอะ ในไทยจะโตค่อยเป็นค่อยไป และไม่ปิดโอกาสว่า บริษัท ดีบี กรุ๊ป จะเป็นตัวแทนจำหน่าย เลอ ทาโอะ เท่านั้น อนาคตหากมีผลิตภัณฑ์อื่นน่าสนใจอาจนำเข้ามาจำหน่าย
สำหรับการดูแลธุรกิจสองอย่างพร้อมกันนั้น ทั้งคู่มีความยากในตัวเอง ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำไม่ได้ ทุกคนมีโอกาสทำธุรกิจได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อม ขยันและอดทน การมีธุรกิจรับช่วงต่อจากรุ่นก่อนเป็นโชคดีกว่าคนอื่น แต่หน้าที่สานต่อธุรกิจกับสร้างธุรกิจใหม่ไม่ต่างกัน สิ่งที่เหมือนกันคือ ใส่ใจดูแล ทำให้ดีที่สุด มีปัญหาต้องไม่คิดมาก เพราะการทำธุรกิจคือปัญหาที่มีให้แก้ทุกวัน ไม่มีธุรกิจใดราบรื่นตลอด ต้องมองมุมบวกในปัญหา แทนที่จะกังวลกับปัญหา
จัดเป็นคนไฟแรงที่แม้มีธุรกิจสานต่อ ก็รู้จักหาโอกาสใหม่เพิ่มด้วย







