
ดีโด้เล็ง3ปีผุดสาขา-โรงงานซีแอลเอ็มวี
ฟู้ดสตาร์ ประเดิมทำตลาดเมียนมาเต็มรูปแบบ เล็งลุยอาเซียน รวมจีน อินเดีย
ฟู้ดสตาร์ ประเดิมทำตลาดเมียนมาเต็มรูปแบบ เล็งลุยอาเซียน รวมจีน อินเดีย
น.ส.จันทรา พงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดสตาร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้พร้อมดื่ม และอื่นๆ แบรนด์ดีโด้ เปิดเผยว่า ได้วางเป้าหมาย 3 ปีจากนี้ จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มจาก 3,000 ล้านบาทในปัจจุบัน เป็น 5,000 ล้านบาท รวมทั้งจะได้เห็นสำนักงานสาขาและโรงงานของบริษัทในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ที่ปัจจุบันเข้าไปทำตลาดแล้วทุกประเทศ ทั้งเมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา
ทั้งนี้ เป้าหมายรายได้ดังกล่าวจะมาจากตลาดต่างประเทศเป็นหลัก หรือคาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มจาก 15% เป็น 35% ภายใน 3 ปีนับจากนี้ โดยนับจากนี้จะบุกตลาดเต็มรูปแบบทั้งในกลุ่มซีแอลเอ็มวี อาเซียน รวมถึงตลาดที่มีอนาคตและเป็นตลาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในอาเซียนนั้น จะเริ่มจากการเข้าไปศึกษาตลาด การจับมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อร่วมกันทำตลาดและเป็นตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ และการเข้าไปทำตลาดเต็มรูปแบบ ทั้งการโฆษณาผ่านสื่อ การจัดโปรโมชั่น เมื่อตลาดมีมูลค่ามากพอจะพิจารณาตั้งสำนักงานสาขาและโรงงานผลิตในประเทศนั้นๆ ต่อไป
“เมียนมาน่าจะเป็นประเทศแรกที่พัฒนาถึงการตั้งสำนักงานสาขาและร่วมทุนกับพันธมิตรตั้งโรงงาน เนื่องจากเข้ามาทำตลาดแล้วกว่า 4 ปี และมีการเติบโตทุกปี มีรายได้ถึง 300 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 500 ล้านบาทได้ภายใน 2 ปี ซึ่งถือว่าเป็นวอลุ่มที่คุ้มต่อการลงทุนตั้งโรงงานผลิต”
ขณะที่ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทเข้ามาทำตลาดเต็มรูปแบบในประเทศเมียนมา โดยทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาทในการทำตลาด เริ่มจากการใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นดาราชื่อดังและนายแบบของเมียนมา ได้แก่ อ่องเยลิน พร้อมเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ขนาด 450 ซีซี โดยมีตัวแทนจำหน่ายที่แข็งแกร่งคือ บริษัท เอ็มเค ดิสทริบิวชั่น เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำผลไม้ และบริษัท ฮอนเนส บิสซิเนส เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำหน่ายสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำผลไม้
นอกจากนี้ ยังได้จัดโปรโมชั่น ครั้งแรกนอกประเทศไทยที่เมียนมา ในรายการ “รับโชคใต้ฝา” ลุ้นรางวัลไอโฟน 6 จำนวน 5 รางวัล และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านจ๊าด หรือกว่า 6 แสนบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-30 เม.ย. 2559
น.ส.จันทรา กล่าวถึงภาพรวมการทำตลาดต่างประเทศว่า ปัจจุบันวางจำหน่ายในกว่า 20 ประเทศ ทั้งในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ออสเตรเลีย เกาหลีเหนือ อินเดีย โดยการเลือกประเทศที่จะเข้าไปทำตลาดต้องพิจารณาจากความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคเป็นหลัก และตลาดที่คาดว่าจะเติบโตอย่างมากในอนาคตคือ จีนและอินเดีย โดยโรงงานใหม่ที่ จ.นครปฐม ที่ล่าสุดลงทุนแล้ว 1,200 ล้านบาท สามารถรองรับแผนรุกต่างประเทศได้
ขณะเดียวกันยังพิจารณาขยายไลน์สินค้าเพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่ม และรองรับลูกค้าเดิมที่อายุมากขึ้น เช่น สินค้าเพื่อสุขภาพ







