
ลุยแตกแบรนด์ครอสทู สู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยว
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
เครือโรงแรมในไทยมีหลายเครือ ที่เดินหน้าขยายธุรกิจจากไทยไปสู่ต่างประเทศ ไม่ได้มีเฉพาะเครือโรงแรมขนาดใหญ่เท่านั้น แม้แต่เครือโรงแรมขนาดกลาง ขนาดย่อม ก็พยายามขยายธุรกิจในต่างประเทศเช่นกัน
แอนโทนี แม็คโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิสโปค ฮอสพิทัลลิตี้ เมเนจเมนท์ เอเชีย หรือบีเอชเอ็มเอเชีย ผู้ให้บริการบริหารโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ เช่น แบรนด์ครอสทู เปิดเผยว่า ธุรกิจบริษัทเติบโตมาก หลังเริ่มจับมือกับพันธมิตรต่างๆ จากก่อนหน้าที่จะจับมือพันธมิตร เคยมีโรงแรมเปิด 12 แห่ง ปัจจุบันจำนวนโรงแรมรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นที่รับบริหารรวมเป็นกว่า 40 แห่งแล้ว ในจำนวนนี้เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ 6 แห่ง ได้แก่ อินโดนีเซีย 3 แห่ง และเวียดนาม 3 แห่ง
หลังจากนี้มีแผนขยายครอสทูในต่างประเทศเพิ่มอีก ตั้งเป้าเพิ่มให้ได้ใน 2 ประเทศใหม่ๆ ต่อปี และรับบริหารโรงแรม คอนโดมิเนียม เรสซิเดนซ์ และอาคารที่ใช้ประโยชน์ผสมผสาน (มิกซ์ยูส) เพิ่มปีละรวม 15-20 แห่ง โดยปีนี้มองโอกาสขยายโรงแรมในเมียนมา และตะวันออก กลาง ในรูปแบบการรับบริหารโรงแรม ไม่ลงทุนเอง
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตตั้งเป้าหมายว่าต้องนำแบรนด์ครอสทูไปขยายในยุโรป และแอฟริกาให้ได้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็มีสาขาในกรุงปารีสอยู่แล้ว จึงน่าจะเริ่มหาโอกาสขยายแบรนด์ในฝรั่งเศสได้เร็วที่สุดคือปีหน้า
แอนโทนี กล่าวว่า สนใจขยายครอสทูในเมียนมานานแล้ว แต่ไม่รีบร้อน เพราะมองว่ายังมีเวลาเข้าไปได้อีก แม้ที่ผ่านมาจะมีนักลงทุนจำนวนมากวิ่งเข้าไปลงทุนแล้วก็ตาม ส่วนตะวันออกกลางแม้มีปัญหาการเมืองบางประเทศและปัญหากำลังซื้อจากราคาน้ำมันตกต่ำ แต่ยังมีการก่อสร้างที่พักใหม่ๆ ในตะวันออกกลางมาก
ประกอบกับภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวในตะวันออกกลางยังเดินไปได้ ดังนั้นก็เห็นโอกาสที่จะเข้าไปเจาะตลาดนี้ เพราะปัจจุบันแบรนด์ครอสทูไม่ใช่เพียงแบรนด์โรงแรม แต่เป็นแบรนด์ที่แตกแขนงไปใช้กับเรสซิเดนซ์ คอนโดมิเนียม วิลล่า หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้วย
“ในช่วงแรกทำแบรนด์ครอสทู โดยวางตำแหน่งเป็นโรงแรมที่เน้นการออกแบบ (ดีไซน์ โฮเต็ล) หลังจากนั้นก็ประยุกต์แบรนด์มาใช้กับรีสอร์ทและวิลล่า โดยวางตำแหน่งใหม่ให้แบรนด์ครอสทูเป็นแบรนด์สะท้อนความหรูหราด้วยดีไซน์ (ลักซ์ชัวรี่ บาย ดีไซน์) สร้างโอกาสให้แบรนด์ครอสทูใช้ได้กับอสังหา ริมทรัพย์หลายรูปแบบ ขณะที่ปัจจุบันเริ่มเห็นศักยภาพของครอสทูว่าเป็นแบรนด์เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ดีไซน์ อาจไม่จำกัดว่าครอสทูต้องเป็นแค่แบรนด์ที่ใช้กับธุรกิจบริการ (ฮอสพิทาลิตี้) แต่แตกแขนงไปใช้กับธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการได้”
ทั้งนี้ ล่าสุดได้นำแบรนด์ครอสทูขยายสู่ธุรกิจผู้จัดหาบริการ (เซอร์วิส โพรไวเดอร์) ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจบริการ เช่น การจัดหาเช่าเรือ เช่าเครื่องบิน เช่ารถให้ลูกค้า โดยมีที่มาจากลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรมต้องการให้ช่วยเรื่องการเช่าเรือ เครื่องบิน และรถให้
ด้วยเหตุนี้เองจึงมองเป็นโอกาสเริ่มแตกแขนงธุรกิจอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2558 โดยกลุ่มเป้าหมายคือทั้งที่เป็นลูกค้าโรงแรมครอสทู และไม่ใช่ลูกค้าโรงแรม ถือเป็นธุรกิจที่แยกส่วนกัน มีทีมงานอีกทีมที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะเพื่อดูแลการจัดหาบริการเหล่านี้ ภายใต้แบรนด์ครอสทู
นอกจากนี้ ได้ลงทุนซื้อเรือหรูประเภทที่ใช้ล่องในคลอง (ลักซ์ชัวรี่ คาแนล ครูซ) ประเภท 14 ที่นั่ง ทั้งหมด 6 ลำ มาใช้รองรับบริการนำนักท่องเที่ยวล่องเรือเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยลงทุนเรือลำละประมาณ 5 ล้านบาท เป็นการทยอยลงทุนนำเข้ามาให้ครบใน 1 ปีครึ่ง-2 ปี เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ปัจจุบันแม้จะมีเรือให้บริการท่องเที่ยวอยู่แล้วก็จริง แต่เป็นเรือหางยาว ยังไม่มีเรือสำหรับเจาะตลาดหรู 5 ดาว คาดว่าจะเปิดตัวบริการล่องเรือหรูเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาได้กลางเดือน ก.พ.นี้ รองรับลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่ต้องการมาสัมผัสประสบการณ์เห็นวิถีชีวิตริมแม่น้ำ
แอนโทนี กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจโรงแรมก็แตกแบรนด์ย่อยของครอสทูไปทำแบรนด์โรงแรมที่ไม่หรูหราเท่าครอสทู เน้นการออกแบบเหมือนกัน แต่จับกลุ่มเป้าหมายอายุน้อยลง หากเทียบระดับจะจัดอยู่ในกลุ่มโรงแรม 3 ดาวครึ่ง-4 ดาว โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า ครอสทู ไวบ์ ทำขึ้นเพื่อตอบสนองนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาให้บริษัทรับบริหารโรงแรมให้ แต่ไม่อยากลงทุนโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือทำเลที่ตั้ง ขนาดห้องพักที่สร้างโรงแรมไม่เหมาะจะทำเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ปัจจุบันมีครอสทู ไวบ์ 5 แห่ง ได้แก่ อ่อนนุช (กรุงเทพฯ) พัทยา บุรีรัมย์ ภูเก็ต และสมุย และกำลังก่อสร้างอีก 1 แห่ง ที่ฮอยอัน ประเทศเวียดนาม
ขณะที่ความคืบหน้าหลังเป็นพันธมิตรกลุ่มโรงแรมลูฟวร์ (Louvre Hotels Group) เครือโรงแรมฝรั่งเศส โดยบีเอชเอ็มเอเชียช่วยขยายแบรนด์โรงแรมเครือลูฟวร์ ได้แก่ โกลเด้น ทิวลิป และรอยัล ทิวลิป ในไทย ส่วนกลุ่มโรงแรมลูฟวร์ขยายแบรนด์ในเครือบีเอชเอ็มเอเชียในต่างประเทศนั้น ปัจจุบันกำลังหาโครงการใหม่ๆ ที่จะให้กลุ่มโรงแรม ลูฟวร์บริหาร เบื้องต้นมีแล้ว 1 โครงการใหม่ในพัทยา จากก่อนหน้านี้กลุ่มโรงแรมลูฟวร์มีโรงแรมในกรุงเทพฯ และพัทยาอยู่แล้ว
นอกจากนั้น อยู่ระหว่างพูดคุยกับเจ้าของโรงแรมอีก 4-5 แห่ง ให้มาใช้แบรนด์ในกลุ่มโรงแรมลูฟวร์แต่ยังไม่สรุป ทางด้านกลุ่มโรงแรม ลูฟวร์ช่วยให้บริษัทไปขยายครอสทูในอินโดนีเซียได้ โดยโครงการทั้งหมดในอินโดนีเซียล้วนมาจากความร่วมมือกับกลุ่มโรงแรมลูฟวร์ทั้งสิ้น
แอนโทนี กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาอัตราเข้าพักโรงแรมในเครือบีเอชเอ็มเอเชียเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 75% ปีนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะรักษาระดับอัตราเข้าพักประมาณ 75% เช่นกัน ขณะที่ราคาห้องพักปีนี้มองไว้ว่าจะพยายามขยับขึ้นจากปีก่อน 5% ทั้งนี้จากการขยายรับบริหารโรงแรมทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทคาดว่าอีก 4 ปีข้างหน้า จำนวนโรงแรมรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นที่บริษัทรับบริหารจะ
รวมกันถึง 100 แห่งได้ หรืออาจจะใช้เวลาเร็วกว่านั้น
ขณะเดียวกัน รายได้ของบริษัทปีนี้ซึ่งขยายไปทำธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากการรับบริหารโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ควรเติบโตได้อย่างต่ำ 100% จากปีก่อน และปีหน้าก็มีโอกาสเติบโตกว่านี้อีกมาก เพราะมีโรงแรมอีกหลายแห่งที่เซ็นสัญญารับบริหารไป รอเปิดให้บริการสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า
ด้านสัดส่วนรายได้ปีนี้ส่วนใหญ่จะยังมาจากโรงแรม เพราะธุรกิจใหม่ เช่น จัดหาบริการ หรือบริการท่องเที่ยวล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยา คงต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี จึงจะมีส่วนสำคัญต่อการสร้างรายได้
แอนโทนี กล่าวปิดท้ายว่า จากโครงสร้างธุรกิจที่วางไว้ แตกแขนงแบรนด์ครอสทูไปสู่ธุรกิจที่หลากหลายขึ้น ปัจจุบันดำเนินการนำร่องในไทยก่อน แต่หลังจากนั้นก็จะนำโครงสร้างการขยายธุรกิจลักษณะนี้ไปขยายในพื้นที่ที่ได้ไปขยายโรงแรมแล้วเช่นกัน เช่น ในเวียดนามไปขยายโรงแรมไว้แล้ว อนาคตก็คงจะรับจัดหาบริการเช่าเรือ เช่าเครื่องบิน เช่ารถต่อไป
ถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจบริการอีกรายที่การเติบโตน่าจับตาอย่างมาก เพราะนอกจากขยายธุรกิจเดิมที่มีอยู่แล้ว ยังแตกแขนงไปสู่ธุรกิจเชื่อมโยง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายธุรกิจอีกด้วย







