
เงื่อนงำประมูล คลื่น 900 MHz
บรรดาผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ทโฟนต่างตื่นตัวและเปลี่ยนมาใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 4จี จำนวนมาก
บรรดาผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะผู้ใช้สมาร์ทโฟนต่างตื่นตัวและเปลี่ยนมาใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 4จี จำนวนมาก
การประมูลคลื่นความถี่สำหรับใช้โทรศัพท์มือถือ 4จี ที่เสร็จสิ้นล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค. 2558 เป็นคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz มีผู้ชนะการประมูล 2 ราย คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ หรือ แจสฯ และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซลคอมมิวนิเคชั่น หรือทรู ด้วยจำนวนเงินที่ประมูลสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 151,952 ล้านบาท
บรรดาผู้ประกอบการต่างสนใจใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz สำหรับ 4จี เพราะคลื่นมีคุณสมบัติส่งสัญญาณคลื่นได้ไกล ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการตั้งเสาส่งสัญญาณได้มาก
แม้การประมูลดังกล่าวจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ในวงการธุรกิจและวงการธนาคารกลับรู้สึกห่วงกังวลว่า อาจมีผู้ที่ชนะการประมูลรายหนึ่ง ไม่สามารถจ่ายเงินประมูลงวดแรกจำนวน 8,040 ล้านบาท และไม่สามารถหาหนังสือค้ำประกันธนาคาร เพื่อค้ำประกันการชำระเงินประมูลที่เหลือทั้งหมด 6.7 หมื่นล้านบาท ได้ตามกำหนดในวันที่ 21 มี.ค. 2559
กรณีเช่นนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะต้องดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 MHz หลายประการ
เช่น นำคลื่นความถี่ชุดที่ไม่มีการจ่ายเงินประมูลออกประมูลใหม่ หากได้เงินที่ต่ำกว่าครั้งก่อน ผู้ที่ชนะประมูลคราวที่แล้วและไม่จ่ายเงินตามกำหนด ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เป็นส่วนต่าง และค่าปรับ 600 ล้านบาท
สมมติว่า ผู้ประมูลครั้งก่อนชนะประมูลด้วยวงเงิน 7.5 หมื่นล้านบาท แต่ไม่สามารถจ่ายเงินประมูลได้ กสทช. จึงต้องจัดประมูลใหม่และมีผู้ที่ชนะการประมูลใหม่ด้วยวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ผู้ที่ชนะการประมูลครั้งก่อนแต่ไม่จ่ายเงินต้องรับผิดชอบส่วนต่าง 4 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการจัดประมูล 100 ล้านบาท และค่าปรับอีก 600 ล้านบาท
ในกรณีดังกล่าว ผู้ที่ชนะการประมูลแต่ไม่สามารถจ่ายเงินตามกำหนดเวลาจะสามารถหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายได้อย่างไร รัฐบาลมีโอกาสจะสูญเสียเงินจำนวนนี้เป็นอย่างยิ่ง
ในทางกลับกัน ผู้ที่ชนะการประมูลครั้งใหม่มีโอกาสจะจ่ายเงินค่าใบอนุญาตน้อยกว่าผู้ที่ชนะประมูลในครั้งก่อนเกือบครึ่ง หรือร้อยละ 50 เพราะบรรยากาศในการแข่งขันประมูลได้หมดไปแล้ว เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายได้ต่างเพิ่งได้ประมูลคลื่นความถี่และได้รับใบอนุญาตแล้ว
ปัญหานี้ถือได้ว่าการประมูล ไม่เสรีและเป็นธรรมอย่างแท้จริง เป็นการสร้างภาระให้ผู้ที่ชนะการประมูลบางรายที่ต้องเสียเงินประมูลสูง ทั้งที่ควรจะได้นำเงินไปขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการที่ดีแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ
กรณีดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ AIS ซึ่งผู้ที่ให้บริการคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ปัจจุบันที่ไม่ชนะการประมูลสามารถให้บริการได้ต่อไปจนกว่าจะมีการประมูลใหม่ ได้ตัวผู้ชนะประมูลและจ่ายเงินประมูลตามกำหนด นับว่าผู้ประกอบการรายนี้จะได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก
กสทช. จึงควรพิจารณาทบทวนเรื่องนี้อย่างรอบคอบเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเพื่อความเป็นธรรมมิฉะนั้น กสทช.อาจเป็นผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือประพฤติมิชอบ และกระทำผิดกฎหมายเสียเอง







