
รัฐเร่งคลอดบ้านประชารัฐ เมินข้อเสนอภาคเอกชน
โครงการบ้านประชารัฐ หรือที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น โดยมี 3-4 หน่วยงานเป็นเจ้าภาพหลัก ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรมธนารักษ์ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน โดยได้เชิญผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้าร่วมโครงการ และได้หารือกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าโมเดลที่ต้องการให้เอกชนร่วมด้วยนั้นจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเอกชนยังกังวลว่าจะมีปัญหาในตอนยื่นกู้ สุดท้ายเมื่อกู้ไม่ผ่านภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับเอกชนผู้ลงทุน
โครงการบ้านประชารัฐ หรือที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น โดยมี 3-4 หน่วยงานเป็นเจ้าภาพหลัก ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรมธนารักษ์ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสิน โดยได้เชิญผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้าร่วมโครงการ และได้หารือกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าโมเดลที่ต้องการให้เอกชนร่วมด้วยนั้นจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเอกชนยังกังวลว่าจะมีปัญหาในตอนยื่นกู้ สุดท้ายเมื่อกู้ไม่ผ่านภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับเอกชนผู้ลงทุน
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปกับเอกชน แต่ภาครัฐจะต้องเข็นโครงการนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้อย่างน้อย 1 โครงการ ให้เป็นโครงการนำร่องและเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าเร็วๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแถลงเปิดตัวโครงการบ้านประชารัฐ ซึ่งในปีนี้มีเป้าหมาย 6 หมื่นยูนิต มีทั้งบ้านสวัสดิการข้าราชการ บ้านเพื่อชุมชนริมคลอง บ้านมั่นคง และบ้านที่จะให้เอกชนร่วมพัฒนา ประเดิมด้วยการนำทรัพย์สินรอการขาย หรือเอ็นพีเอ ของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) 1.2 หมื่นหน่วย
แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า เกณฑ์เบื้องต้นที่หน่วยงานรัฐจะเคาะในเฟสแรก คือ 1.คอนโดมิเนียมแบบฟรีโฮล์ด์ (มีกรรมสิทธิ์) ราคาต่ำกว่า 7 แสนบาท ซึ่งปัจจุบันมีโครงการของเอกชนรายใหญ่บางรายเข้าข่ายอยู่แล้ว 2.คอนโดมิเนียมแบบลิสต์โฮลด์ (กรรมสิทธิ์การเช่า) บนที่เช่ากรมธนารักษ์ ราคาขาย 6 แสนบาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มพัฒนา และ 3.บ้านเดี่ยว ชั้นเดียวพื้นที่ใช้สอย 50 ตร.ม. ราคา 8 แสนบาท ซึ่งพัฒนาได้ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเกณฑ์เหล่านี้เป็นคนละเกณฑ์กับที่ภาคเอกชนเสนอไป
ขณะที่สินเชื่อซึ่งที่มี ธอส.เป็นเจ้าภาพหลัก ประกาศว่า พร้อมร่วมสนับสนุนเฉพาะคนที่ผ่านเกณฑ์ แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าคนที่ผ่านเกณฑ์จะต้องมีคุณสมบัติในการขอสินเชื่ออย่างไร มีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่า หากคนที่ผ่านเกณฑ์มีสิทธิซื้อบ้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยจองบ้านในโครงการนี้แล้ว แต่กู้ไม่ผ่าน จะมีแนวทางช่วยเหลือได้อย่างไร







