
ปรับกองทุนชราภาพ
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
พวกเรา “มนุษย์เงินเดือนคิดอย่างไร ถ้าได้ยินข่าวว่า “ประกันสังคม” กำลังมีปัญหาในการจ่ายเงินบำนาญชราภาพให้ผู้ประกันตนในอนาคต หรือเงินกองทุนสังคมจะติดลบ มีเงินไม่พอจ่ายให้ผู้ประกันตน โดยขณะนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กำลังหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมอยู่
มาดูกันว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาของกองทุนประกันสังคมจะทำอย่างไรกันบ้าง
1.ปรับเพิ่มอายุเกษียณจาก 55 ปี เป็น 60 ปี
2.ปรับเพดานค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้คำนวณเงินสมทบ จากปัจุบันคิดจากฐานเงินเดือนขั้นต่ำ-ขั้นสูงที่ 1,650 บาท ถึง 1.5 หมื่นบาท ซึ่งใช้มานานถึง 25 ปี และขณะนั้นค่าแรงขั้นต่ำยังอยู่ที่ 111 บาท/วัน แต่ปัจจุบันเป็น 300 บาท/วัน จึงจะปรับจากฐานเป็น 3,500-4,000 บาท และปรับฐานขั้นสูงเป็น 2หมื่นบาท
3.ปรับอัตราเงินสมทบกรณีชราภาพเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันเก็บเงินสมทบจากนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 5% ที่ใช้ตั้งแต่ก่อนตั้งประกันสังคมปี 2533 ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านปรับเป็น 7-10% หรืออาจจะจัดเก็บเงินสมทบตามฐานเงินเดือนแบบก้าวหน้า เช่นเดียวกับระบบภาษี โดยให้สิทธิผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเพิ่มได้ สอดคล้องกับอัตราเงินเดือน เพื่อให้มีเงินชราภาพมากขึ้น
4.ปรับสูตรคำนวณการจ่ายเงินบำนาญชราภาพมาเป็นการคำนวณตามค่าจ้างเฉลี่ย 15-20 ปี (180-240 เดือน) หรือเฉลี่ยตามจำนวนเดือนที่จ่ายสมทบจริง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 180 เดือน เช่น ปัจจุบันจะได้เงินบำนาญชราภาพ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือน ให้ปรับเป็น 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 180 เดือน เป็นต้น
เห็นแนวทางแก้ไขปัญหากองทุนชราภาพของประกันสังคมแล้ว “มุนษย์เงินเดือน” อย่างพวกเราที่เป็นหนึ่งในสมาชิกกว่า 11 ล้านคนคิดอย่างไรกันบ้าง มีความมั่นใจหรือพร้อมจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคตหรือไม่
แต่สิ่งที่ควรจะปรับเปลี่ยนมากที่สุด คือ “การบริหารงานของประกันสังคม” มากกว่า เพราะที่ผ่านมาผู้ประกันตนจำนวนไม่น้อยแทบจะไม่เคยใช้สิทธิประกันสังคมเลย แต่พอจะหวังกับ “เงินบำนาญชราภาพ” ที่สะสมมาตลอดการทำงาน ก็ยังได้ฝากความหวังแทบไม่ได้







