
หนุนพลิกงบ หาแหล่งน้ำ ก่อนเจอแย่ง
หาแหล่งน้ำเพิ่มรับสงครามแย่งน้ำนานาชาติ คาด 10 ปี ต้องการเพิ่มเท่าตัว
หาแหล่งน้ำเพิ่มรับสงครามแย่งน้ำนานาชาติ คาด 10 ปี ต้องการเพิ่มเท่าตัว
ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งและความแปรปรวนของสภาพอากาศ และรูปแบบการใช้พลังงานจากน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ ทำให้คาดว่าในอนาคตจะเกิดสงครามแย่งน้ำระหว่างประเทศได้ ดังนั้นหากรัฐบาลจะฝากความหวังไว้กับการพึ่งพาน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน อาจส่งผลต่อความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต จึงควรเน้นพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสาน
“ผมเห็นว่ารัฐควรใช้งบโครงการตำบลละ 5 ล้าน และกองทุนหมู่บ้าน มาใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนเป็นหลัก แทนการก่อสร้างอื่นเพราะการมีน้ำจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ในภาคอีสานมีฝนตกมากถึง 4 แสนล้าน ลบ.ม. แต่มีแหล่งน้ำเก็บได้เพียง 7%” ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าว
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หากไม่วางแผนให้ดีจะมีปัญหาขาดน้ำแน่นอน เนื่องจากในปีอีก 10 ปี การประปาจะต้องมีครบทุกหมู่บ้าน ทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มจาก 1,500 ล้าน ลบ.ม./ปี เป็น 3,500 ล้าน ลบ.ม./ปี คำถามคือเราเตรียมพร้อมหรือยัง ขณะที่ปริมาณฝนเข้าเขื่อนภูมิพลน้อยลง







