
ปั๊มคนรับฮับชิ้นส่วนยานยนต์
สภาอุตฯ กระทุ้งรัฐยกระดับพัฒนาคน ดันไทยเป็นผู้นำการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของโลก
สภาอุตฯ กระทุ้งรัฐยกระดับพัฒนาคน ดันไทยเป็นผู้นำการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของโลก
นายถาวร ชลัษเฐียร ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เพื่อให้คลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในคลัสเตอร์ที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ มีความจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้ขยับขึ้นไปผลิตชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีสูง แล้วจ่ายงานที่ต้องการต้นทุนแรงงานต่ำไปให้ประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ ปัจจุบันใน 10 อุตสาหกรรมหลักของไทยมีความต้องการแรงงานฝีมือเพิ่มขึ้น 5 หมื่นคน/ปี เฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์มีความต้องการ 1.2 หมื่นคน แต่ยังมีปัญหาว่ากลุ่มนักศึกษาที่จะดึงเข้าเป็นแรงงานในกลุ่มยานยนต์คือ ผู้ที่จบ ปวส. 88% ยังคงเรียนต่อ มีแรงงานเหลือเข้าระบบเพียง 12% ดังนั้นภาคเอกชนจึงต้องแก้ไขปัญหาด้วยการจับมือกับสถาบันการศึกษามากขึ้น
ล่าสุด ส.อ.ท.ได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จัดโครงการความร่วมมือทางวิชาการเรื่องการวิจัย การพัฒนาและออกแบบ สำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ การผลิตที่เกี่ยวข้อง พัฒนาหลักสูตรสำหรับนักศึกษาปริญญาตรีและโทที่สถาบันไทย-ญี่ปุ่นจัดการเรียนการสอน
“โครงการ R&D ยกกำลัง 2 เป็นยุทธศาสตร์ของคลัสเตอร์รถยนต์ที่ต้องการสร้างนวัตกรรมการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับซัพพลายเชนช่วยให้ไทยเป็นฐานผลิตยานยนต์ของโลก จากปัจจุบันที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนท็อป 10 ท็อป 20 ของโลก มาลงทุนในไทยครบหมดทุกบริษัทแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการผลิตคนรองรับ” นายถาวร กล่าว
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสายงานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม ส.อ.ท. กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะไม่มีรถยนต์ที่เป็นแบรนด์ของประเทศ แต่ซัพพลายเชนในอุตสหกรรมยานยนต์ไทย ถือว่ามีความสามารถในการแข่งขันสูง จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนากำลังแรงงานรองรับเทรนด์ของอุตสาหกรรมรุ่นที่ 4 หรือ Industry 4.0 ที่จะเน้นการออกแบบตามความต้องการของลูกค้า
“ปัจจุบันไทยผลิตรถยนต์อยู่ 2 ล้านคัน ว่ามูลค่าของอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท/ปี ไม่รวมมูลค่าของชิ้นส่วนที่ผลิตเพื่อส่งออกอีกกว่าปีละ 16,542 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5 แสนล้านบาท โดยมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตไทยจะเป็นฐานการผลิตอันดับต้นๆ ของโลก จากปัจจุบันการผลิตชิ้นส่วนของไทยขยายตัวปีละ 5-6%” นายเจน กล่าว







