posttoday
ตลาดหุ้นกุมภาพันธ์ผันผวนในทิศทางขาขึ้น

ตลาดหุ้นกุมภาพันธ์ผันผวนในทิศทางขาขึ้น

02 กุมภาพันธ์ 2559

ปัจจัยต่างประเทศที่สร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยในเดือนที่ผ่านมา น่าจะเริ่มผ่อนคลายลงในเดือนนี้ เพราะค่าเงินหยวนและฮ่องกงดอลลาร์เริ่มมีเสถียรภาพ แต่สิ่งที่ยังต้องจับตาคือเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันดิบโลกที่เราเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นมาแรงในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค. จะไม่ยั่งยืน กลุ่มพลังงานจึงยังมีโอกาสกลับมากดดันตลาด แต่กลุ่ม Domestic Plays ที่กำไรดีกว่าคาดจะมีน้ำหนักมากกว่า และมากพอที่จะผลักดันตลาดได้ คาดว่ากลุ่มแบงก์และสื่อสารซึ่ง Underperform และ Laggard จะประคองตลาดในเดือนนี้ได้ นอกนั้นหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่กำไรเติบโตดี PE ต่ำยังน่าสนใจ ในเดือนนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จึงแนะนำ BCH, BJC, FSMART, MTLS, PLANB

ปัจจัยต่างประเทศที่สร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นโลกและตลาดหุ้นไทยในเดือนที่ผ่านมา น่าจะเริ่มผ่อนคลายลงในเดือนนี้ เพราะค่าเงินหยวนและฮ่องกงดอลลาร์เริ่มมีเสถียรภาพ แต่สิ่งที่ยังต้องจับตาคือเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันดิบโลกที่เราเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นมาแรงในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค. จะไม่ยั่งยืน กลุ่มพลังงานจึงยังมีโอกาสกลับมากดดันตลาด แต่กลุ่ม Domestic Plays ที่กำไรดีกว่าคาดจะมีน้ำหนักมากกว่า และมากพอที่จะผลักดันตลาดได้ คาดว่ากลุ่มแบงก์และสื่อสารซึ่ง Underperform และ Laggard จะประคองตลาดในเดือนนี้ได้ นอกนั้นหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่กำไรเติบโตดี PE ต่ำยังน่าสนใจ ในเดือนนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จึงแนะนำ BCH, BJC, FSMART, MTLS, PLANB

ก.พ. SET บวกเฉลี่ย 3% เทียบเดือนต่อเดือน

SET Index สิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวบวกเล็กน้อย 1% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน ผิดไปจากสถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่เฉลี่ย -0.5% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน เนื่องจากในเดือน ม.ค.ปีนี้ มีปัจจัยใหม่ที่ส่งผลกระทบทั่วโลก คือความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนชะลอ และราคาน้ำมันที่ยังร่วงลงอย่างหนัก (ก่อนจะรีบาวด์ในช่วงปลายเดือน) สำหรับสถิติเดือน ก.พ. ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 3% เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน แรงซื้อมาจากนักลงทุนต่างชาติเฉลี่ยประมาณ 5,000-7,000 ล้านบาท ขณะที่ผู้ขายคือสถาบันในประเทศ พอร์ตโบรกเกอร์ และรายย่อย เราคิดว่าเดือน ก.พ.ปีนี้ มีโอกาสสูงที่จะเป็นไปตามสถิติในอดีต เพราะปัจจุบันค่าเงินหยวนและค่าเงินในเอเชียที่เริ่มมีเสถียรภาพ ขณะที่ราคาน้ำมันอาจปรับลงได้อีกหากความหวังในการลดกำลังการผลิตของประเทศผู้ผลิตหายไป แต่ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานในระยะหลังไม่ค่อยตอบสนองกับราคาน้ำมันมากเหมือนในอดีต

กำไรกลุ่มแบงก์ผ่านจุดแย่สุดแล้ว ราคาหุ้นถูก

เดือน ก.พ. ยังเป็นเทศกาลผลประกอบการ แม้ว่านักลงทุนจะให้ความสำคัญกับผลประกอบการปี 2016 มากกว่า แต่ก็ไม่ควรละเลยผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4 ปี 2558 ปัจจุบันกลุ่มแบงก์ประกาศผลประกอบการไปแล้ว และเป็นกำไรที่ดีกว่าเราและตลาดคาด จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี และทำให้เราเชื่อว่าจุดเลวร้ายที่สุดของ NPL ผ่านไปแล้วในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2558 แม้ว่ากำไรในปี 2559 จะขยายตัวไม่สูงนัก เราคาด +6% เพราะการขยายตัวของสินเชื่อน่าจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ Valuations ในปัจจุบันถือว่าถูกมาก มี PBV เพียง 1.0 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 6 ปีที่ผ่านมา ที่ 1.75 เท่า และ Discount จากกลุ่ม Finance ใน MSCI ex Japan ถึง 16% มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 6% นอกจากนี้ ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์แม้จะขยับขึ้นมาแล้วแต่ยัง Laggard กว่ากลุ่มอื่นๆ เราคิดว่ากลุ่มแบงก์น่าจะเป็นกลุ่มที่ประคองดัชนีได้ในเดือนนี้

รัฐบาลมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

อังคารที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลอนุมัติงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละไม่เกิน 5 แสนบาท ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน มาตรการนี้เป็นส่วนเสริมมาตรการเดิมที่จัดสรรเงินให้ตำบลละ 5 ล้านบาท ที่ยังอยู่ระหว่างเบิกจ่ายงบ ในขณะที่โครงการโครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการแรกที่อยู่ใน PPP Fast Track ได้แก่ 1) รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 2) รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง 3) รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ 4) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา (คาดสัญญาที่ 1 เปิดประมูล 4 ก.พ. 2559) 5) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ได้มีความพยายามผลักดันให้ทุกขั้นตอน รวมถึงการเปิดประมูลเสร็จสิ้นภายใน 1H16

เชื่อว่าการรีบาวด์ของราคาน้ำมันไม่ยั่งยืน

ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น 10-16% ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค. มาจากประเด็นข่าวความร่วมมือของผู้ผลิตลดกำลังการผลิต แต่เราเชื่อว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่ทั้งสองกลุ่มผู้ผลิตจะร่วมมือกันลดกำลังการผลิต เพราะอิหร่านที่เพิ่งถูกยกเลิกการคว่ำบาตร กำลังต้องการเพิ่มการส่งออกเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด น่าจะไม่ยอมลดกำลังการผลิต อันที่จริงผู้ผลิตที่ผลิตกินโควตาก็คือประเทศยักษ์ใหญ่ในกลุ่มโอเปกนั่นเอง การร่วมมือกันจึงน่าจะยาก อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบที่ระดับ 25-28 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นระดับที่ใกล้กับต้นทุนของผู้ผลิต Downside ของราคาน้ำมันดิบจึงต่ำ แต่ Upside ในระยะอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้าก็ยังไม่เห็น เพราะปัญหา Oversupply และเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ เราให้น้ำหนักเพียง Neutral สำหรับกลุ่มพลังงาน มีเพียงธุรกิจกลางน้ำอย่างกลุ่มโรงกลั่นที่ได้ประโยชน์

PE ตลาดไม่ถูกไม่แพง แต่มีหุ้นหลายตัวที่ PE ต่ำ

เราคาดกำไรปีนี้ขยายตัว 21.6% ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของกลุ่มพลังงาน เพราะเราคาดว่าในปีนี้ไม่มี Stock Loss หากตัดกลุ่มพลังงานออกไป กำไรของทั้งตลาดจะขยายตัวเพียง8% แม้ไม่ใช่อัตราที่น่าพอใจ แต่หากเทียบกับ Forward PE ที่ 13 เท่า ลดลงจาก 15 เท่าเมื่อ 3 เดือนก่อน และเท่ากับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 13.1 เท่า ถือว่าไม่แพงแต่ก็ไม่ถูก อย่างไรก็ตาม กำไรของตลาดยังมี Upside หากการลงทุนภาครัฐมาเร็วกว่าคาด

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว