posttoday
ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงค่อนข้างมาก

ผลตอบแทนพันธบัตรลดลงค่อนข้างมาก

02 กุมภาพันธ์ 2559

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (25-29 ม.ค. 2559) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 480,229.26 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 96,045.85 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 22%

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (25-29 ม.ค. 2559) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 480,229.26 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 96,045.85 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 22%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 73% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 350,423 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)

ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 93,870 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 11,828 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB206A (อายุ 4.4 ปี) LB21DA (อายุ 5.9 ปี) และ LB196A (อายุ 3.4 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 18,763 ล้านบาท 15,297 ล้านบาท และ 10,997 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รุ่น BAY174A (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 756 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ลีสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) รุ่น ICBCTL164A (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 556 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ซีพี ออลล์ รุ่น CPALL256A (A(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 470 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตราสารรุ่นอายุ 10 ปี ปรับลดลงถึง 11 bps. จาก 2.47% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 2.36% โดยเป็นการปรับลดลงภายในวันศุกร์วันเดียวจาก
ผลกระทบของการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติให้ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบเป็นครั้งแรก โดยจะเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตรา  0.1% จากสถาบันการเงินที่จะนำเงินมาฝากไว้เพิ่มเติมกับ BOJ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.พ.นี้ ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 10 ปี ของญี่ปุ่น ลดลงจาก 0.229% มาอยู่ที่ 0.100% หรือคิดเป็นอัตราการลดลงถึง 56.33%

ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมากจาก 118.82 เยน/เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 120.72 เยน/เหรียญสหรัฐ ลดลงถึง 1.90 เยน/เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.60% (ณ เวลา 18.00 น. ของวันศุกร์)

ขณะที่สหรัฐ ในการประชุม FOMC ซึ่งแล้วเสร็จในวันพุธที่ผ่านมา มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.25-0.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ด้านราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 33.62 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (เพิ่มขึ้น 10.81% เทียบกับช่วงต้นสัปดาห์) จากข่าวที่รัสเซียกล่าวว่า เตรียมเจรจาปรับลดกำลังการผลิตกับกลุ่มโอเปก และซาอุดิอาระเบีย แม้ในวันต่อมาซาอุดิอาระเบียได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าว ทั้งนี้ตลาดติดตามรายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งจะเปิดเผยในวันที่ 3 ก.พ.นี้

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา (25-29 ม.ค. 2559) มีกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 41,412 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 38,948 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) 2,465 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ