
19บริษัทเร่งป้องทุจริต
CAC เผยบริษัทผ่านการรับรองระบบป้องกันทุจริตเพิ่มขึ้น 19 บริษัท รวมเป็น 152 บริษัท
CAC เผยบริษัทผ่านการรับรองระบบป้องกันทุจริตเพิ่มขึ้น 19 บริษัท รวมเป็น 152 บริษัท
นายบัณฑิต นิจถาวร เลขาธิการโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ CAC มีมติให้การรับรองบริษัทที่ผ่านกระบวนการประเมินตนเองว่า
มีนโยบายและมีแนวปฏิบัติป้องกันการทุจริตภายในองค์กรครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ CAC กำหนดเพิ่มขึ้นอีก 19 บริษัท ในไตรมาส 4 /2558 ทำให้บริษัทที่ผ่านการรับรองเพิ่มขึ้นเป็น 152 บริษัท
ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 คณะกรรมการ CAC ได้พิจารณาให้การรับรอง บริษัท เอไอเอ บริษัท เอไอเอ (ประกันวินาศภัย) สาขาประเทศไทย และบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส ซึ่งยื่นขอรับรองใหม่ หลังจากที่ใกล้ครบกำหนด 3 ปี
“ถึงแม้ CAC จะมีการปรับกระบวนการรับรองให้มีความเข้มข้นมากขึ้นตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่จำนวนของบริษัทที่ผ่านการรับรองในรอบนี้ ยังเพิ่มขึ้นถึงเกือบเท่าตัวเป็น 19 บริษัท จาก 11 บริษัทในไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนสนใจและให้ความสำคัญต่อการสร้างกลไกป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นภายในองค์กรมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี” นายบัณฑิต กล่าว
CAC เป็นโครงการที่บริษัทเอกชนเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นตามความสมัครใจ ปัจจุบันมีจำนวน 548 บริษัท โดยเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 316 บริษัท สำหรับการประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการ CAC เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นและการจ่ายสินบนของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ
ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2558 ทางคณะกรรมการ CAC ได้เพิ่มข้อกำหนดเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระบวนการรับรองบริษัทที่ผ่านการประเมินตนเองว่ามีนโยบายและมีแนวปฏิบัติป้องกันการทุจริตภายในองค์กรครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ CAC กำหนด โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่ยอมรับในภาคเอกชน 8 คน มาร่วมทำหน้าที่คณะกรรมการพิจารณารับรอง (Certification Committee)
นอกจากนี้ ได้เพิ่มข้อกำหนดให้บริษัทจัดส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการขอการรับรอง รวมถึงได้กำหนดกรอบเวลาให้บริษัทที่ยื่นประกาศเจตนารมณ์ต้องมีการดำเนินการให้ผ่านการรับรองภายใน 18 เดือน และเมื่อผ่านการรับรองครบ 3 ปีแล้วต้องยื่นขอรับรองใหม่
สำหรับโครงการ CAC จัดตั้งขึ้นมา โดยองค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศ ซึ่งได้แก่ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัท ไทย (IOD) หอการค้าไทย หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมธนาคารไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
โครงการ CAC ได้รับการสนับสนุนการดำเนินการจาก Center for International Private Enterprise หรือ CIPE จากสหรัฐ UK Prosperity Fund จากสหราชอาณาจักร และมูลนิธิมั่นพัฒนา โดยมี IOD ทำหน้าที่เป็นเลขานุการและรับบทนำในการสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ
ก่อนหน้านี้ องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ (ทีไอ) ซึ่งเป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์คอร์รัปชั่นและการรับสินบนทั่วโลก เปิดเผยดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น พบว่าไทยมีอันดับดีขึ้นจากปี 2557 ในอันดับที่ 85 ขยับมาอยู่ที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ที่อยู่ในอันดับ 8 และมาเลเซียที่อันดับ 54
อย่างไรก็ตาม ไทยมีคะแนนอยู่ที่ 38 คะแนน จาก 100 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ 43 คะแนน และมีผลคะแนนเท่ากับปี 2014 แต่คะแนนมากขึ้นจากปี 2013 ที่ 35 คะแนน และปี 2012 ที่ 37 คะแนน โดยไทยมีการควบคุมการคอร์รัปชั่นเมื่อปี 2010 ที่ 47% มีการบังคับใช้กฎหมายที่ 50% และมีเสรีภาพสื่อแย่ที่สุดในอันดับที่ 137 จาก 179
ขณะเดียวกัน ฟรีดอม เฮาส์ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐ ระบุว่า เสรีภาพของไทยตกลงจากระดับการมีเสรีภาพบางส่วน เป็นไม่มีเสรีภาพ โดยผลคะแนนความไม่มีเสรี อยู่ที่ 5.5 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 4 คะแนน เมื่อปี 2014 ภายหลังการรัฐประหาร ขณะที่มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ อยู่ในระดับที่มีเสรีภาพบางส่วน







