
Graccy Grace สกินแคร์ผัก-ผลไม้
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
อดีตสาวไฟแนนซ์ในตลาดทุนที่เห็นโอกาสในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (สกินแคร์) สำหรับผู้หญิงที่มีแนวโน้มเติบโตแบบไม่มีถอย จึงตัดใจออกมาเป็นสตาร์ทอัพพัฒนาสินค้าสกินแคร์ที่ใช้ส่วนผสมธรรมชาติ ที่ได้จากสารสกัดพืช ผัก และผลไม้แสนอร่อยออกมาทำตลาด
ชลีทิพย์ ทิพเนตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท Grace Official (Thailand) เจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภายใต้แบรนด์ Graccy Grace เล่าว่า ได้เริ่มต้นทำตลาดสินค้าแบรนด์ดังกล่าวอย่างจริงจังเมื่อช่วงเดือนเม.ย. 2558 โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวแรกของแบรนด์ คือ สบู่แอปเปิ้ล ที่ใช้วัตถุดิบสารสกัดที่มาจากผลแอปเปิ้ล ซึ่งจะมีกรดผลไม้อย่างเอเอชเอที่เป็นธรรมชาติและอ่อนโยนต่อผิวพรรณ
ขณะที่มองเห็นว่าตลาดสบู่ในไทยนั้นยังมีช่องว่างในตลาดให้ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในกลุ่มสบู่สารสกัดที่ได้จากธรรมขาติ จากปัจจุบันตลาดนี้มีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,200 ล้านบาท และเติบโตมาโดยตลอด ซึ่งในช่วงนั้นวางเป้าหมายสินค้าในตลาดนี้ขอเพียงส่วนแบ่งตลาดได้ราว 1% ก็พอใจแล้ว
จากหลักคิดดังกล่าว จึงได้พัฒนาสินค้ากลุ่มสกินแคร์รายการใหม่ๆ ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ถึงปัจจุบันมีไม่ต่ำกว่า 15 รายการ มีจุดเด่น คือ วัตถุดิบจากธรรมชาติในกลุ่มผัก ผลไม้ ต่างๆ อาทิ แตงกวา กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ทับทิม มะละกอ เป็นต้น
ปัจจุบันนอกจากสินค้ากลุ่มสบู่แล้วยังมีกลุ่มดูแลผิวกาย ผิวหน้า และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อให้แบรนด์มีความสอดคล้องกันในด้านบำรุงความงามทั้งภายในและภายนอกควบคู่กัน
ขณะที่ผลิตภัณฑ์จับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง ที่เป็นคนทำงานทั่วไปที่มีกำลังซื้อระดับหนึ่ง ด้วยมีพฤติกรรมที่น่าสนใจ คือ เปิดใจยากต่อแบรนด์ใหม่ แต่ถ้าหากยอมรับแล้วจะมีการบอกต่อไปยังคนใกล้ชิด กลับมาซื้อซ้ำและกลายเป็นฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น โดยสินค้าจะกำหนดราคาขายต่ำสุดอยู่ที่ 190 บาท/ชิ้น และสูงสุด 1,420 บาท/ชิ้น
ด้วยความที่เป็นสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ แบรนด์ Graccy Grace จึงเลือกใช้ช่องทางออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก Graccy Grace และ อินสตาแกรม (ไอจี) Grace_officialthailand ทำตลาด รวมถึงทำตลาดในช่องทางร้านค้าโอเคช็อปปิ้งและตลาดกลางออนไลน์อีกหนึ่งราย
นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนขายสินค้าไม่ต่ำกว่า 100 ราย พร้อมทำตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเมียนมาและลาว ซึ่งประเทศหลังให้การตอบรับสินค้าในกลุ่มนี้ที่เป็นของคนไทยเป็นอย่างดี ซึ่งล่าสุดบริษัทยังได้เข้าไปร่วมงานแสดงสินค้าของขวัญในเมืองคุนหมิง ประเทศจีนด้วย
ในส่วนของการผลิตนั้น บริษัทใช้การว่าจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ภายใต้การควบคุมสูตรของบริษัท ปัจจุบันสามารถผลิตสินค้ากลุ่มสบู่ราว 6,000-1 หมื่นชิ้น/เดือน ส่วนครีมบำรุงผิวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 ชิ้น/เดือน
ชลีทิพย์ เสริมว่าในเดือน มี.ค.นี้ บริษัทยังเตรียมทำตลาดสินค้าสกินแคร์ภายใต้แบรนด์ใหม่ คือ Chalee-Tips ออกมาทำตลาด ซึ่งจะมีจุดเด่นคือวัตถุดิบธรรมชาติอินทรีย์ (ออร์แกนิก) โดยวางตำแหน่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับบน (พรีเมียม) มีราคาเริ่มต้น 390-2,900 บาท/ชิ้น
ทั้งนี้ สินค้าแบรนด์ลูกดังกล่าวจะวางกลยุทธ์เปิดตัวพร้อมทำตลาดในต่างประเทศ ผ่านการออกบูธแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ในกลุ่มลูกค้าต่างชาติให้เป็นที่รู้จักก่อนนำสินค้าเข้ามาทำตลาดในไทย
สินค้าแบรนด์ Chalee-Tips ยังวางตำแหน่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการผ่อนคลาย สปา ฯลฯ ด้วยมองเห็นโอกาสจากในปัจจุบันที่พบว่า
มีสินค้ากลุ่มปรนนิบัติผิวที่เป็นออร์แกนิกภายใต้แบรนด์ไทยนั้น มีไม่ถึง 10 แบรนด์ที่ทำตลาดในปัจจุบัน ซึ่งในด้านการผลิตนั้นจะยังใช้วิธีโออีเอ็มพร้อมใช้วัตถุดิบออร์แกนิกที่มีการรับรองคุณภาพจากผู้ผลิตในไทย
สำหรับสินค้าภายใต้แบรนด์ Graccy Grace มีอัตราการเติบโตน่าพอใจ จากในช่วงแรกจะเป็นเม็ดเงินในลักษณะทุนหมุนเวียนราวหลักแสนบาทต่อเดือน ถึงปัจจุบันบริษัทมียอดขายแตะในระดับหลักล้านบาทแล้ว เติบโตต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 20-30%
ธุรกิจสินค้าที่แม้จะอยู่ในตลาดกลุ่มเดิม แต่ก็ยังมีช่องทางขายใหม่เพียงแค่ไม่หยุดคิด







